ลักษณะของคนที่มีบุคลิกลักษณะที่โดดเด่น

นอกจากทักษะสำคัญๆอย่าง Hard Skill ที่คุณจำเป็นต้องมีในการทำงานแล้ว มันก็ยังมีทักษะที่เรียกว่า Soft Skill หรือทักษะที่เกี่ยวข้องกันระหว่างบุคลลไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร การโน้มน้าวใจ ความเป็นผู้นำ หรือการแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญไม่แพ้กันกับ Hard Skill หรือในบางหน่วยงานก็อาจสำคัญกว่าด้วยซ้ำครับ ซึ่งทุกๆทักษะนั้นก็จำเป็นต้องมีการฝึกฝนและพัฒนาให้ออกมาดีมากยิ่งขึ้นและมันมีผลกับบุคลิกลักษณะของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในบทความนี้ผมได้รวบรวมลักษณะของคนที่มีบุคลิกลักษณะที่โดดเด่นซึ่งมันจะช่วยให้คุณได้ลองนำไปมองดูและวิเคราะห์เพื่อพัฒนาตัวคุณเองเพื่อประโยชน์ในการทำงานครับ

What's next?

1. ควบคุมอารมณ์ได้ดี

อารมณ์ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดบุคลิกลักษณะของคุณซึ่งมันแสดงออกให้เห็นว่าคุณเป็นคนที่มีพื้นฐานอย่างไร และในชีวิตการทำงานคุณอาจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ต่างๆมากมายทั้งการถูกตำหนิจากการทำงานที่ไม่เข้าเป้าหมาย การประชุมที่เครียดในแต่ละวัน การปะทะคารมกันในทีมงานเพื่อให้ผลงานนั้นออกมาดี หรือหากเลวร้ายกว่านั้นคุณเอาอารมณ์ส่วนตัวความหงุดหงิดจากที่บ้านมาใช้ในที่ทำงาน ซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่พ้นกับโอกาสในการที่คุณจะระเบิดอารมณ์ทั้งคำพูด น้ำเสียง และท่าทางต่างๆให้คนในที่ทำงานได้เห็น การควบคุมอารมณ์ (Emotional Intelligence) นั้นคือสิ่งที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับขวัญและกำลังใจของทีมงานและบรรยากาศในการทำงาน รวมถึงการสะท้อนถึงบุคลิกลักษณะของตัวเองและโอกาสในการไปสู่การทำงานในตำแหน่งสำคัญๆอีกด้วย

2. รู้จักวาง Ego

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเจอกับสถานการณ์หลายๆอย่างในทั้งการทำงานและชีวิตประจำวัน เมื่อคุณต้องพบปะและสื่อสารกับทีมงาน ลูกค้า หรือผู้บริหารระดังสูง และคุณมักจะเจอกับบุคลิกลักษณะของคนหลายประเภท ซึ่งบางครั้งคุณจะเจอกับคนประเภทที่มีความทะนงเย่อหยิ่งในตำแหน่งหรือความรู้ความสามารถจนดูสูงศักดิ์ และไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณพูดหรือปรึกษาหารือ สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวทำลายการพัฒนาการสื่อสารระหว่างบุคคลที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่ถูกมองว่าเป็นคนที่มี Ego สูง ซึ่งมันไม่ใช่ลักษณะของคนที่มีบุคลิกลักษณะที่ดีเอาเสียเลย

3. การสังเกตและวิเคราะห์

การเปิดใจรับฟังถือเป็นคุณสมบัติอันดับต้นๆของคนที่เป็นผู้นำที่มีบุคลิกลักษณะโดดเด่นและถือเป็นมารยาทที่ดีในการทำงาน แต่ในสถานการณ์ที่คุณต้องเจอกับการสื่อสารหรือการสนทนาที่คลุมเครือ ซึ่งอาจจะเป็นการพูดที่แอบแฝงนัยสำคัญต่างๆไว้และคุณสามารถตีความหมายของมันออกมาได้ มันจะทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีทักษะโดดเด่นและอาจช่วยย่นระยะเวลาในการทำงานหรือการสนทนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ การสังเกตและการวิเคราะห์นั้นยังสามารถนำมาใช้ได้กับการพูดคุยกับทีมงานเพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาลึกๆที่อาจเป็นปัญหาทั้งการทำงานและปัญหาส่วนตัว ซึ่งมันจะช่วยให้คุณเข้าใจและเข้าถึงทีมงานของคุณได้อย่างสนิทใจด้วยเช่นกัน

4. การสื่อสารที่เหมาะสมและถูกที่ถูกเวลา

หลายครั้งที่คุณไปงานสัมมนาเข้าฟังการบรรยายหรือการประชุมต่างๆ คุณก็ต้องคาดหวังว่าจะได้ฟังอะไรที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องกับหัวข้อนั้นๆ แต่กลับได้พบกับเนื้อหาที่ไม่ตรงปกบ้างก็พูดออกทะเลบ้างบางกรณีก็เลือกช่วงเวลาที่พูดแบบไม่ค่อยเหมาะสม และที่โหดร้ายกว่านั้นคือการอ้อมมหาสมุทรจนไม่สามารถดึงกลับเข้าเรื่องไม่ได้ ซึ่งแน่นอนครับว่ามันส่งผลเสียและความรู้สึกไม่ดีกับผู้ฟังและมันส่งผลกระทบโดยตรงกับความน่าชื่อถือรวมถึงบุคลิกลักษณะของตัวผู้พูดเองด้วย การพูดในที่สาธารณจึงจำเป็นต้องมีการฝึกซ้อมในเนื้อหาที่เตรียมมา และประเมินอยู่ฟังอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ตัวคุณเองนั้นดูดีดูน่าเชื่อถือในสายตาของผู้ฟังครับ

การสื่อสารที่เหมาะสมและถูกที่ถูกเวลา

5. แสดงความชัดเจนอย่างภาคภูมิใจ

เชื่อว่าในการทำงานหรือพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูงคุณจะต้องมีทั้งเรื่องที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติของความคิดเห็นที่ต่างกัน บุคลิกลักษณะที่ดีนั้นไม่ใช่การตกลงเออออคล้อยตามและเห็นด้วยกับทุกสิ่ง เพียงเพราะต้องการรักษาสัมพันธ์ที่ดีแต่การแบ่งปันแนวคิดหรือมุมมองที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์และไม่หักหาญน้ำใจของผู้ร่วมวงสนทนาต่างหากที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นและแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ มีวิจารณญาน มันไม่ใช่เป็นการโน้มน้าวให้คนฟังเชื่อในสิ่งที่พูดแต่เป็นการเปิดอีกมุมมองให้ได้คิดวิเคราะห์ เช่น การเสนอไอเดียทางเลือกใหม่ๆ การพูดสนับสนุนความคิดเดิมและต่อยอดเพิ่มเติม ปฏิเสธไอเดียเดิมๆแต่เสริมด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นต้น

6. ไม่เสแสร้งแกล้งทำ

การพยายามทำให้คนรักคนชอบโดยที่ไม่ใช่ตัวของตัวเองเพื่อให้เติบโตในหน้าที่การงานนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่คุณจะกลายเป็นคนที่ไม่เป็นตัวของตัวเองที่ต้องพยายามสร้างภาพอย่างมหาศาลและเหนื่อยกับการวางแผนเรื่องต่างๆ ซึ่งมันอาจได้ผลดีหากคุณสามารถปั้นแต่งชีวิตให้เป็นอย่างนั้นได้ตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเผลอหลุดทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวคุณขึ้นมาหรือแสดงออกให้เห็นว่าคุณไม่ใช่ในสิ่งที่คุณเคยพูดหรือนำเสนอไว้ ผลที่ตามมาก็จะทำให้คุณกลายเป็นคนโกหกและขาดความน่าเชื่อถือไปในทันที เช่น การพูดเกินจริง การนำเสนอข้อดีที่ไม่มีอยู่จริงเพื่อให้คนเชื่อ ดังนั้นหากคุณอยากเป็นคนที่มีบุคลิกลักษณะที่ดีคุณก็ต้องจริงใจตั้งแต่วินาทีแรกเสมอครับ

7. มีอารมณ์ขันและความสนุกสนาน

ไม่มีใครอยากคุยกับคนที่หน้าตาบึ้งตึงดูเครียดอยู่ตลอดเวลาครับ ซึ่งมันส่งผลต่อบุคลิกลักษณะของคุณโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และความบึ้งตึงจะทำให้การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลนั้นยิ่งห่างหายไปเรื่อยๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลดีกับตัวคุณเองเลย ความจริงจังและความใส่ใจในการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่ก็จำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับทีมงานและผู้ที่ร่วมสนทนาด้วยการใส่ความสนุกสนานเข้าไปบ้าง เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันดูตึงเครียดจนเกินไปและความสนุกสนานนั้นมันยังช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียใหม่ๆ ซึ่งมันอาจช่วยให้การทำงานนั้นดีมากยิ่งขึ้นและกลายเป็นที่รักของคนอื่นๆอีกด้วย

มีอารมณ์ขันสนุกสนาน

8. ความน่าเชื่อถือ

ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรคุณก็ต้องแสดงความน่าเชื่อถือในสายอาชีพนั้นๆ ซึ่งมันจะเป็นตัวการันตีความสำเร็จและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวคุณ และความน่าเชื่อถือนั้นก็มีพื้นฐานมากจากความแท้จริงในสิ่งที่คุณเป็น ความจริงใจในสิ่งที่คุณให้ และความสามารถที่คุณมี

ทั้งหมดก็เป็นตัวอย่างของลักษณะของคนที่มีบุคลิกลักษณะที่ดี ซึ่งมันจะส่งผลดีต่อการทำงานและการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณเอง ยังไงก็ลองนำมาปรับใช้และพัฒนาตัวเองกันดูนะครับ


Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

เทคนิคการสร้าง Personal Brand ให้มีประสิทธิภาพ

Branding ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการทำธุรกิจซึ่งมันสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์และความเป็นตัวตนของแบรนด์ และมันก็ได้ขยายไปถึงตัวของพนักงานในองค์กรที่จะต้องสะท้อนให้เห็นถึงความสอดคล้องกับแบรนด์นั้นๆด้วยเช่นกัน และมันก็คือแนวคิดในการทำ Personal Brand หรือการสร้างแบรนด์บุคคลนั่นเองครับ ซึ่งการทำ Personal Brand นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงการสร้างให้ตัวเองนั้นสะท้อนถึงความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร


เทคนิคการพูด Speech ให้ได้ใจผู้ฟัง

ทักษะการพูดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆในการนำเสนองานในรูปแบบต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดแบบ Speech หรือคำกล่าวปราศรัยหรืออาจเรียกว่าสุนทรพจน์ ซึ่งเรามักจะเห็นในหลายๆโอกาส เช่น การกล่าวปราศรัยเวลาจะมีการเลือกตั้ง การกล่าวปราศรัยในงานเปิดนิทรรศการ การกล่าวปราศรัยในงานประชุมระดับชาติ ซึ่งเป็นการพูดในที่สาธารณะ (Hyde Park)


ความต่างของ Hard Skill กับ Soft Skill

Soft Skill และ Hard Skill เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและความสามารถที่คุณมี ที่จำเป็นต่อการสมัครงาน ทุกครั้งเวลาคุณจะสมัครงานที่ไหนก็จำเป็นต้องกรอกข้อมูลที่นอกเหนือจาก ประวัติส่วนตัว ประวัติการทำงาน อายุ เพศ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2021@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up