Sustainable Business

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อนเราจะได้ยินกระแสของความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งอาจจะยังดูไม่ค่อยคุ้นหูกับคนไทยมากนัก แต่ว่าในต่างประเทศนั้นมีการพัฒนาแนวคิดของความยั่งยืนมานานมากแล้ว ด้วยการนำแนวคิดความยั่งยืนมาพัฒนาให้แบรนด์นั้นเติบโตอย่างยั่งยืนหรือก็คือการไปสู่ Sustainable Brand ครับ และเราจะมาทำความรู้จักกับคำว่า Sustainable Brand กันในบทความนี้กันครับ


อะไรคือความหมายของ Sustainable Brand

ความยั่งยืนหรือ Sustainability ในช่วงแรกๆเรามักจะได้ยินแนวคิดของโลกที่เต็มไปด้วยสีเขียวหรืออะไรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Go Green) เช่น การนำต้นไม้มาสร้างสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ดูเป็นองค์กรสีเขียว การปลูกต้นไม้ให้ดูร่มรื่นตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งมันเป็นแค่การเริ่มต้นแบบก้าวเล็กๆของการปูทางสู่ความยั่งยืน แต่หากจะเป็น Sustainable Brand ให้ได้นั้นมันไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้น

ในแนวคิดของความยั่งยืน (Sustainability) นั้นมันคือความใส่ใจรายละเอียดในทุกๆมิติที่ไม่ใช่แค่เพียงมิติด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่มันต้องประกอบไปด้วย 3 มิติด้วยกัน นั่นก็คือ โลก (Planet) ผู้คน (People) และผลกำไร (Profit) หรือที่เราเรียกว่า 3P ที่มุ่งเน้นการรักษาสมดุลและนำมาปรับใช้กับธุรกิจโดยครอบคลุมด้านสังคม (Social) เศรษฐกิจ (Economic) และสิ่งแวดล้อม (Environmental) ซึ่งในแนวคิดของความยั่งยืน (Sustainability) นั้นก็พัฒนามาจากการทำธุรกิจในสมัยก่อนที่เรามุ่งเน้นแต่เรื่องของผลกำไรเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งต่างๆรอบด้านประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ที่เราทำร้ายโลกใบนี้ด้วยกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้แบรนด์และธุรกิจต่างๆนั้นต้องหันมาใส่ใจกับการให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ที่มากกว่าเรื่องของผลกำไร รวมทั้งคนใน Generation ใหม่ๆก็ให้ความใส่ใจกับแบรนด์ที่ใส่ใจโลกและสังคมด้วยเช่นกัน ซึ่งจะกลายเป็นตัวสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจในยุคใหม่

Alternative Energy

Sustainable Brand จึงเป็นแบรนด์ที่มีให้ความใส่ใจกับทุกๆกระบวนการขององค์กรทั้งองค์ร ตั้งแต่แนวคิดการทำธุรกิจที่ช่วยลดผลกะทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด การบริหารจัดการในองค์กร ไปจนถึงแนวคิดการทำเพื่อสังคม (CSR) และชุมชนบนพื้นฐานของความมีจริยธรรมในการทำธุรกิจ และต้องทำอย่างจริงใจจริงจังในระยะยาวไม่ใช่แค่ทำตามกระแส ที่ครอบคลุมมิติด้านสังคม (Social) เศรษฐกิจ (Economic) และสิ่งแวดล้อม (Environmental) โดยตัวอย่างของการนำแนวคิดนี้ไปพัฒนาเพื่อเข้าสู่การเป็น Sustainable Brand อาทิเช่น

  • แนวคิดการลดปริมาณคาร์บอนหรือ Zero Carbon ในกระบวนการผลิต
  • การลดการใช้กระดาษในองค์กร
  • การสร้างอาคารหรือออฟฟิศที่ประหยัดพลังงาน
  • การนำเอาของเสียจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่
  • การนำเอาขยะมาผ่านกระบวนการผลิตเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลก
  • การผลิตสินค้าที่ย่อยสลายได้เร็ว
  • การทำ CSR เพื่อชุมชน
  • การสร้างงานให้ชุมชน
  • การบริหารงานอย่างโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้
  • มีจริยธรรมในการทำงาน

ทำไมความยั่งยืน (Sustainability) ถึงมีความสำคัญ

ความยั่งยืน (Sustainability) นั้นช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนทุกๆคนรวมถึงยังช่วยสร้างและคืนสมดุลให้ระบบนิเวศน์ นอกเหนือจากนั้นก็ยังทำให้องค์กรนั้นตื่นตัวในการปรับกระบวนการภายในองค์กรเพื่อส่งมอบสิ่งดีๆให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน และมันก็มีความสำคัญอยู่หลายอย่างครับ

  • สร้างอนาคตที่น่าอยู่ให้กับโลกใบนี้ด้วยการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก
  • ลดการใช้พลังงานที่ส่งผลต่อสภาวะโลกร้อน (Global Warming) และสภาวะเรือนกระจก (Greenhouse Effect)
  • คุณภาพชีวิตของทุกๆคนจะดียิ่งขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ผลกระทบในทางที่ดีต่อสังคมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสังคมในครอบครัว ภายในองค์กร สังคมเพื่อนร่วมโลก รวมไปถึงชุมชนทั้งหมด

ตัวอย่างแนวคิด Sustainable Brand

Pepsico

Pepsico ได้วางแผนไว้ว่าภายในปี 2025 จะลดปริมาณน้ำตาลและไขมันในผลิตภัณฑ์ รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยวัสดุที่ใช้แล้ว (Recycle) และลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิต
ให้ได้ถึง 50% และยังให้ความสำคัญกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

Ford Motor Company

วางแผนในการใช้พลังงานทางเลือกแบบ 100% ในกระบวนการผลิตทั่วโลกภายในปี 2035

Dell Computer

พัฒนาแนวทางการลดการใช้พลังงานให้ได้ 80% ภายในปี 2020 และภายในปี 2030
จะก้าวสู่ธุรกิจแบบยั่งยืนอย่างสมบูรณ์แบบ

SCG

ปรับโครงสร้างการบริหารงานเพื่อความยั่งยืนภายใต้คณะกรรมการ
การพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น โดยจัดให้มีการดูแลผ่านมิติทั้ง 3 มิติ คือ มิติด้านสังคม มิติด้านสิ่งแวดล้อม และมิติด้านเศรษฐกิจ

แม้ว่าการจะไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืน (Sustainable Brand) นั้นดูแล้วต้องมีการปรับเปลี่ยนและเตรียมการในหลายๆอย่าง แต่หากไม่เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้อนาคตอาจจะไปสู่จุดนั้นก็อาจจะยากเกินไป หากคู่แข่งและลูกค้าของคุณก้าวไปสู่จุดเริ่มต้นของความยั่งยืนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

สรุป Marketing 5.0 ข้อมูลและเทคโนโลยีสู่การขับเคลื่อนธุรกิจ

ในที่สุดก็ถึงยุคของการตลาด 5.0 ซะทีที่ต้องบอกเลยว่าแนวโน้มของการให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล (Data-Driven) และการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆมาใช้เพื่อสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจที่ต้องเข้าใจผู้บริโภคอย่างทะลุปรุโปร่ง จะเป็นหลักสำคัญในการตลาดเป็นต้นไปซึ่งมันเริ่มมีการใช้ผสมผสานกันตั้งแต่ยุคของการตลาด 4.0 มาสักระยะหนึ่งแล้ว


ตัวอย่างกิจกรรม CSR ของแบรนด์ต่างๆ

กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกสั้นๆว่า CSR นั้นช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมๆกับภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร ที่เป็นแนวคิดสำคัญในการทำธุรกิจสมัยนี้ด้วยการที่องค์กรทำสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง ที่นอกเหนือจากเรื่องของรายได้แต่ยังแสดงออกถึงความใส่ใจในสังคมกับสิ่งแวดล้อม


รู้จักประเภทของกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)

กิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility) หรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่า CSR เป็นแนวคิดในการดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร เพื่อทำให้สังคมนั้นอยู่อย่างมีความสุข



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2021@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up