Strategy for Competitive Advantage

มีแฟนเพจท่านหนึ่งขอคำปรึกษาโดยยกตัวอย่างกลยุทธ์ Porter’s Generic Competitive Strategies ของ Michael E. Porter ว่าธุรกิจหนึ่งสามารถใช้หลายกลยุทธ์ได้หรือไม่ ผมเลยนำหลักสำคัญๆในการเลือกกลยุทธ์สำหรับการแข่งขันเวลาวางแผนธุรกิจมาให้ดูกันครับ

โดยก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนครับว่า Porter’s Generic Competitive Strategies นั้น คืออะไร

Grey Arrow

Porter’s Generic Competitive Strategies

Porter's Generic Competitive Strategies - Popticles.com

หากสรุปง่ายๆนั่น ก็คือ รูปแบบกลยุทธ์สำหรับการแข่งขัน เพื่อตัดสินใจว่าจุดไหนที่สร้างกำไรสูงสุดและจุดไหนที่สร้างกำไรต่ำสุดสำหรับค่าเฉลี่ยในแต่ละอุตสาหกรรม โดยพื้นฐานของกลยุทธ์นั้นคือหากสามารถสร้างกำไรได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ก็จะสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้ในระระยาว ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) นั่นเองครับ โดย Competitive Advantage ขั้นพื้นฐานที่ธุรกิจสามารถทำได้นั่นก็คือ การใช้ต้นทุนต่ำ (Low Cost) หรือ การสร้างความแตกต่าง (Differentiation) ซึ่งต้องนำพื้นฐานทั้ง 2 ข้อนี้ไปรวมอยู่กับขอบเขตของกิจกรรมต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ธุรกิจจะทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดครับ ที่ประกอบไปด้วย ผู้นำด้านต้นทุน (Cost Leadership) ความแตกต่าง (Differentiation) ที่เน้นไปยังกลุ่มตลาดแบบกว้างๆ การมุ่งเน้นต้นทุน (Cost Focus) และการมุ่งเน้นความแตกต่าง (Differentiation Focus) จะเน้นไปยังกลุ่มตลาดที่แคบลง

  • ผู้นำด้านต้นทุนต่ำ (Cost Leadership) เน้นต้นทุนในการผลิตให้ต่ำเข้าไว้ หากสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้แสดงว่าศักยภาพของธุรกิจนั้นดีกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม
  • ความแตกต่าง (Differentiation) เน้นหาจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครในอุตสาหกรรม และต้องสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า รวมถึงตอบสนองความต้องการลูกค้าให้ได้
  • มุ่งเน้น (Focus) จะเน้นไปที่ขอบเขตการแข่งขันที่แคบลงโดยเลือกเฉพาะส่วนตลาดหรือกลุ่มต่างๆ หากเป็นการมุ่งเน้นต้นทุน (Cost Focus) ก็จำเป็นต้องทำให้ต้นทุนต่ำสุดในตลาดนั้น หากมุ่งเน้นความแตกต่าง (Differentiation Focus) ก็จำเป็นต้องหาจุดต่างในตลาดนั้นๆให้ได้
Grey Arrow

หลักในการเลือกกลยุทธ์

สำหรับบริษัทที่กำลังวางแผนจะเข้ามาทำธุรกิจในอุตสาหกรรมหรือตลาดต่างๆ ก็ต้องมีการทำการบ้านค่อนข้างเยอะสักหน่อย แต่หากเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจมาอย่างยาวนานแล้วก็อาจเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยหลักสำคัญในการเลือกกลยุทธ์นั้นมีดังนี้

วิเคราะห์ตัวเอง

การวิเคราะห์ตัวเองจะทำให้เห็นว่าคุณมีข้อดี ข้อเสีย จุดแข็ง จุดอ่อนอย่างไร เพื่อประเมินศักยภาพในการแข่งขันและวางแผนการเลือกกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม โดยเริ่มจากการทำ SWOT Analysis เพื่อวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณรู้จักตัวเองดีแล้วยังสามารถมองเห็นถึงโอกาสหรือช่องทางในการทำธุรกิจอีกด้วย นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ VRIO Framework เพื่อนำมาวิเคราะห์ขีดความสามารถในการทำธุรกิจได้อีกครับ

การศึกษาภาพรวม

การศึกษาภาพรวมในด้านต่างๆถือว่ามีความจำเป็นมากก่อนการทำธุรกิจ หรือแม้แต่การจะปรับเปลี่ยนธุรกิจครับ โดยการศึกษาภาพรวมนั้นควรครอบคลุมด้าน ตลาดเป้าหมาย ความต้องการของผู้บริโภค คู่แข่งขันในตลาด ทั้งนี้เพื่อดูว่าตลาดนั้นๆมีความต้องการมากน้อยเพียงใด มันคุ้มค่าแก่การเข้าไปลงทุนหรือไม่ ผู้บริโภคมีความต้องการมากน้อยเพียงใด พวกเค้าต้องการอะไร รวมไปถึงจะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร

เป้าหมายทางธุรกิจ

การทำธุรกิจควรมีเป้าหมายทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อวางแผนทั้งการผลิตสินค้า กำลังคน การคำนวณงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ และเป้าหมายทางธุรกิจก็ควรสอดคล้องกับการศึกษาภาพรวมและการวิเคราะห์ในด้านต่างๆด้วย ทั้งนี้เป้าหมายทางธุรกิจควรปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ต่างๆ

ความต้องการลูกค้า

ยุคที่ความต้องการของลูกค้าเป็นตัวกำหนดความอยู่รอดของธุรกิจ หากคุณไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าและไม่สามารถผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้ ก็คงยากที่จะพาธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน ยิ่งคุณสามารถผลิตสินค้าที่สามารถแก้ไข Pain Point ของลูกค้าได้และยังไม่มีใครทำ คุณก็มีโอกาสสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้

ทั้งหมดก็เป็นหลักสำคัญๆในการเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันครับ โดยการเลือกกลยุทธ์นั้นต้องมีการศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี และต้องวิเคราะห์รวมถึงหารือกับทุกๆส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูความพร้อม สิ่งที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการใช้แต่ละกลยุทธ์นั่นเอง

Grey Arrow

ลองอ่านกลยุทธ์อื่นๆที่น่าสนใจ ที่นี่ครับ


Photos by freepik – www.freepik.com

Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน (Cost Leadership Strategy)

ถ้าพูดถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจ การเป็นผู้นำด้านต้นทุน (Cost Leadership) นับว่าเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันหากธุรกิจของคุณสามารถลดต้นทุนในกระบวนการบริหารจัดการต่างๆลงได้ สำหรับความเป็นผู้นำด้านต้นทุนมักจะเกิดจากประสิทธิภาพ ขนาด การปรับตัว ขอบเขตในการทำธุรกิจ และประสบการณ์โดยรวมขององค์กร


กลยุทธ์ผู้นำด้านความต่าง (Differentiation Strategy)

กลยุทธ์การส้รางความแตกต่าง เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งคำว่าความความแตกต่างนั้นมีอยู่หลายมุมมอง แต่หากจะแตกต่างอย่างมีคุณค่านั้นก็คงจะหนีไม่พ้นคำว่านวัตกรรม (Innovation) ซึ่งหากบริษัทใดสามารถนำนวัตกรรมมาใช้ในกระบวนการต่างๆในการผลิตสินค้าหรือการให้บริการได้ ก็จะสร้างให้เกิดโอกาสความได้เปรียบในการแข่งขันโดยทันที


วิเคราะห์ SWOT ให้ชัดเจน สำหรับการวางแผนธุรกิจ

SWOT Analysis ถือเป็นเทคนิคการวางแผนกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางธุรกิจ ในการระบุจุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) โอกาส (Opportunities) และ ภัยคุกคาม (Threats) เพื่อให้ทราบว่าเราเป็นใคร เรามีจุดแข็งตรงไหน จุดอ่อนของเรามีอะไร มีโอกาสอะไรบ้างในตลาด และอะไรคืออุปสรรคหรือภัยคุกคามในธุรกิจของเรา ดังนั้น การทำ SWOT Analysis



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2020@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up