Personalized Marketing

Personalised Marketing คือ แนวคิดการทำการตลาดแบบตัวต่อตัว หรือ one-to-one ที่เลือกสื่อสารกับลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง ด้วยการนำเสนอเนื้อหา หรือข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งนับเป็นแนวคิดการตลาดสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นมาในยุคที่การทำการตลาดแบบผู้ผลิตสินค้าผลิตสินค้ามาและติดต่อสื่อสารกับลูกค้าหลายราย หรือ one-to-many หรือ การทำตลาดแบบ mass หรือ one-size fits all ไม่ได้ประสิทธิภาพดีเท่าที่ควรจะเป็น หรือเรียกได้ว่าค่อนข้างล้าสมัยไปแล้ว แนวคิด Personalized Marketing นั้นให้ความสำคัญกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง โดยการเข้าใจถึงข้อมูลของกลุ่มลูกค้าทั้ง อายุ เพศ การศึกษา พฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ความชอบ ความคาดหวัง หรือเรียกได้ว่าเราต้องเข้าใจถึง Persona ของกลุ่มลูกค้าแบบลึกซึ้ง และทำการสื่อสารหรือส่งข้อมูลที่ลูกค้าอยากรู้ อยากฟัง อยากเห็น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี 

Personalised Marketing สามารถทำได้หลายรูปแบบ และที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ เช่น การส่งอีเมล์โดยระบุชื่อของลูกค้า และแนะนำสินค้าที่ลูกค้ากำลังมองหาอยู่ การทำวีดิโอแนะนำสินค้าแบบใส่ชื่อลูกค้าลงไป การส่งอีเมล์หรือวีดิโอขอบคุณลูกค้าแบบระบุชื่อ การส่งข้อมูลข่าวสารที่ลูกค้าสนใจโดยเฉพาะ การทำ Retargeting สินค้า โรงแรมที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ที่เรามักจะเห็นบ่อยๆบนเว็บไซต์ออนไลน์หรือแอปพลิเคชันต่างๆ การทำเป็นเกมส์ให้ลูกค้าเล่นเพื่อเก็บข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ และนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมหรือวิธีแก้ไขปัญหากลับมาให้ลูกค้า

ประโยชน์จากการทำ Personalized Marketing

  • ทำให้ประสบการณ์ผู้บริโภคดียิ่งขึ้น

    Personalized Marketing จะช่วยเสริมประสบการณ์ในเชิงบวกของผู้บริโภคต่อแบรนด์ เมื่อผู้บริโภคให้ข้อมูลส่วนตัวทำแบบสอบถามกับแบรนด์ เพื่อแลกกับคูปองส่วนลด ข้อเสนอพิเศษต่างๆ หรือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความชอบ ความสนใจ รวมถึงสินค้าที่ซื้อ ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภค และผู้บริโภคหวังว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกเก็บเป็นความลับ รวมถึงความคาดหวังที่จะได้อะไรดีๆจากแบรนด์ตามมา โดยหากแบรนด์นำข้อมูลดังกล่าวมาทำแพคเกจหรือโปรโมชันที่น่าสนใจตรงกับความชอบหรือความคาดหวังของลูกค้า และส่งข้อมูลเหล่านั้นให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร กิจกรรม คูปองพิเศษ และส่งข้อความแบบเฉพาะมาให้ลูกค้าที่เจาะจงถึงความพิเศษ เช่น โปรโมชันพิเศษเฉพาะคุณ สินค้าพิเศษเฉพาะคุณ และระบุชื่อลูกค้าอย่างถูกต้องชัดเจน ความประทับใจต่อแบรนด์ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

  • โอกาสในการสร้างรายได้ที่มากขึ้น

    การที่เราสามารถระบุหรือกำหนดข้อมูลหรือข่าวสาร ที่ลูกค้าค้าต้องการแบบเฉพาะบุคคลได้ จะช่วยให้เราสามารถเลือกส่งรายละเอียดสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริงได้ ผ่านเครื่องมือทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้มีโอกาสเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือการสร้างรายได้ที่แน่นอนมากยิ่งขึ้น โดยไม่หว่านแหเหมือนในอดีต และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย Personalized Marketing นั้นมีทั้งรูปแบบการทำแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การส่งอีเมล์เฉพาะบุคคล และหากจะให้มีความเป็นพิเศษมากขึ้น ก็อาจจะทำเป็นบัตรเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมโดยการส่งจดหมายไปถึงบ้านของลูกค้า ซึ่งควรทำทั้ง 2 อย่างแบบไร้รอยต่อ (Omni Channel) เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดี
  • เพิ่มความภักดีในตัวแบรนด์

    ในการทำ Personalized Marketing จุดเด่นของมัน คือ ความเฉพาะเจาะจงหรือความพิเศษ การที่ลูกค้ามีความสนใจในแบรนด์หรือสินค้าของเรา และมีส่วนร่วมกับเราในกิจกรรมต่างๆที่แบรนด์จัดขึ้น เช่น การเข้าร่วมอีเว้นท์และมีการลงทะเบียน รวมถึงการทำแบบสอบถามผ่านเว็บไซต์ เพราะมุ่งหวังจะได้อะไรที่พิเศษจากแบรนด์ หากแบรนด์สามารถเข้าถึงความต้องการที่ลูกค้ามองหา และสร้างเรื่องเซอร์ไพรส์บางอย่างกับลูกค้าได้ละก็ งานนี้รับรองได้เลยว่าแบรนด์ๆนั้นคงไม่หลุดมือไปไหนแน่นอน

หลักการสำคัญของ Personalized Marketing

  • ให้ความสำคัญกับข้อมูล

    ข้อมูลของลูกค้านับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการทำ Personalized Marketing แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลแบบละเอียดทั้งหมด ควรเก็บแต่ข้อมูลที่สำคัญๆเป็นอันดับต้นๆก่อน และข้อมูลที่เลือกเก็บนั้นก็ต้องเป็นข้อมูลที่ตอบวัตถุประสงค์ของการทำ Personalized Marketing ที่เราวางแผนไว้ด้วย กลุ่มข้อมูลสำคัญๆนั้นสามารถรวบรวมมาได้จากหลายช่องทางทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การทำแบบสอบถาม การกรอกข้อมูลออนไลน์ พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต พฤติกรรมการเข้าเว็บไซต์ พฤติกรรมการซื้อสินค้า ความถี่ในการซื้อสินค้ารวมไปถึงการหาข้อมูลผลสำรวจต่างๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือ ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า และ Persona ของลูกค้า เช่น พวก อายุ เพศ การศึกษา รายได้ ความสนใจ ความคาดหวัง จุดมุ่งหมายในชีวิต ปัญหาของลูกค้า ความท้าทาย แรงจูงใจ เป็นต้น
  • ควรลงทุนในเทคโนโลยี

    การทำ Personalized Marketing ในยุคออนไลน์นั้นเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างมาก เมื่อเราอยู่ในโลกออนไลน์ที่ทุกอย่างรวดเร็ว เราคงไม่สามารถทำอะไรด้วยมือหรือแบบ Manual ได้ทุกอย่าง ฉะนั้นการใช้แพลตฟอร์มต่างๆเข้ามาช่วยในการทำ Personalized Marketing จะทำให้การทำการตลาดนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เช่น ระบบบริหารจัดการเนื้อหาหรือคอนเท้นต์บนเว็บไซต์ อีเมล์แพลตฟอร์ม ระบบบริหารจัดการลูกค้า ระบบ Digital E-Commerce การลงทุนในเทคโนโลยีมักจะเป็นการลงทุนค่อนข้างแพง แต่สิ่งที่ได้กลับมาจะทำให้การสร้างประสบการณ์ของลูกค้านั้นกลายเป็นเรื่องที่ได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดเสมอ แต่ก็ใช้ระยะเวลา ฉะนั้นการลงทุนควรมองถึงความจำเป็นเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีกลับทุกสิ่งเพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะสม 
  • คอนเทนต์ยังสำคัญเสมอ

    กลยุทธด้านการทำคอนเทนต์ยังคงเป็นสิ่งที่ทรงพลังอยู่เสมอ ฉะนั้นการทำ Personalized Marketing แนวทางการทำคอนเทนต์ก็ต้องมีเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มลูกค้า และเป็นคอนเทนต์ที่สร้างประสบการณ์ที่ดี ที่ต้องคำนึงถึงเนื้อหาที่ใช้ และวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ที่จะทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆที่ประทับใจให้กับกลุ่มลูกค้าได้
  • ต้องมีคนที่เหมาะสม

    นับเป็นความท้าทายในยุคปัจจุบันที่ต้องมีนักการตลาดที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล ฉะนั้นการพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการสร้างทีมงานบนพื้นฐานของความเข้าใจในตัว Personalized Markeitng และคุณสมบัติของมัน รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาให้เกิดความได้เปรียบ และนำมาลองใช้กับสถานการณ์จริงเพื่อสร้างให้เกิดประสบการณ์กับทีมงาน
  • กลยุทธ์ต้องดีและชัดเจน

    ถ้าการทำ Personalized Marketing ไม่ได้อยู่บนถึงฐานของการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสม ก็อาจสร้างให้เกิดความเสียหายในแง่มุมของเวลาและงบประมาณ รวมถึงอาจเกิดผลตอบรับที่ไม่ดีจากลูกค้าได้ กลยุทธ์ที่ว่านั้นควรเชื่อมโยงกับสภาพตลาดและการเรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภค (Customer Insight) และกลยุทธ์ก็จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของแบรนด์ ที่ต้องมีกระบวนการวางแผนมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญคือต้องวัดผลได้ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน รวมไปถึงสร้างคุณค่าที่แท้จริงไปตลอดในระยะยาว

Personalised Marketing สามารถสร้างให้เกิดความแตกต่างกับแบรนด์ได้ และยังสร้างให้เกิดความประทับใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ แนวคิดในเรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงความใส่ใจของแบรนด์ที่มีต่อกลุ่มลูกค้า ที่ไม่ใช่แค่เพียงผิวเผินแต่เป็นความเข้าใจลูกค้าในเชิงลึก ที่จำเป็นต้องมีการนำเอาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเข้ามาใช้ในการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า และต้องมีการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนด้วยนะครับ


Icon in cover photo from all-free-download.com

Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

เข้าใจการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค กับ Involvement Grid

Involvement Grid หรือ ตารางที่ช่วยระบุความพัวพันหรือความเกี่ยวพันของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้า มันช่วยให้เราเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์ใดที่อยู่ในใจของผู้บริโภค โดยการประเมินว่าการซื้อนั้นต้องใช้การตัดสินใจทางอารมณ์หรือเหตุผล ด้วยข้อมูลดังกล่าวเราสามารถนำมากำหนดแนวคิดการทำโฆษณา หรือแม้แต่การทำเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้บริโภค


ลูกค้าต้องการอะไรจาก Brand?

การเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรเป็นสิ่งที่นักการตลาดในยุคนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ความคาดหวังจากลูกค้าที่ได้รับการเติมเต็มนั้นจะทำให้แบรนด์ของเราเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้ และแน่นอนครับว่าท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ ที่ส่งผลให้เกิดการสนับสนุนและบอกต่อ


Persona ของลูกค้าคืออะไร

Persona เป็นตัวละครสมมติหรือตัวละครในอุดมคติ ที่เราสร้างขึ้นมาจากการที่แบรนด์ได้ทำการศึกษาวิจัย เพื่อระบุประเภทกลุ่มผู้ใช้ที่มีโอกาสที่จะใช้สินค้าหรือบริการของเรา โดยการสร้างบุคคลขึ้นมาจะช่วยให้เราเข้าใจประสบการณ์ ความต้องการ พฤติกรรม และเป้าหมายของผู้ใช้



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2020@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up