วิธีคิด Key Message ให้ดึงดูดกลุ่มผู้ฟัง

ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการตลาด (Marketing) การสร้างแบรนด์ (Branding) การประชาสัมพันธ์ (Public Relations) รวมถึงการประชุมเสนอไอเดียต่างๆ คำว่า Key Message ที่เราเรียกว่าข้อความหรือเนื้อหาหลักในสื่อสารสู่กลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย นับเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดและถือว่าเป็นรากฐานสำหรับการสื่อสารในทุกรูปแบบครับ เพราะมันจะช่วยให้ดึงดูดและควบคุมให้กลุ่มเป้าหมายต้องอยู่ในมนต์สะกดกับสิ่งที่คุณกำลังจะสื่อสารออกไป และในบทความนี้จะอธิบายถึงวิธีการคิด Key Message ในแบบที่น่าสนใจและน่าดึงดูดใจ (Compelling Key Message) ที่จะช่วยให้การสื่อสารนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

What's next?

อะไรคือ Key Message

เชื่อว่าหลายๆคนจะคุ้นหูกับคำว่า Key Message อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในสายการตลาด (Marketing) การสื่อสาร (Communications) การสร้างแบรนด์ (Branding) รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ (Public Relations) ซึ่งมันก็คือ ข้อความหรือคำพูดที่สำคัญที่เป็นแก่นของสิ่งที่คุณกำลังจะนำเสนอและต้องการจะสื่อสารออกไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยมันไม่ใช่การที่คุณพูดในสิ่งที่คุณอยากพูด แต่เป็นสิ่งที่คุณอยากให้กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายนั้นรับรู้ว่าอย่างไรและอยากให้เกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มผู้ฟังเป้าหมาย และนั่นก็หมายถึงการต้องรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายต้องการจะได้ยินจากคุณ Key Message ถือว่าเป็นเรื่องที่ทรงพลังมากๆสำหรับการสื่อสารครับ และการสื่อสารจะประสบความสำเร็จได้ก็มาจากการคิด Key Message ที่ใช่ เพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายให้ได้นั่นเอง โดย Key Message ก็สามารถนำมาใช้ได้กับหลายๆกิจกรรม เช่น

  • การนำเสนองาน
  • การพูดปราศรัย
  • การสร้างคอนเทนต์ในแบบต่างๆ
  • การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์
  • การสื่อสารภายในองค์กรในทุกระดับ
  • การสื่อสารภายนอกองค์กรทุกรูปแบบ
  • การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก
  • การสื่อสารการตลาด
  • การออกแบบงานโฆษณา
  • และอื่นๆ
Key Message Brainstorming

ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ต้องวางแผนมาเป็นอย่างดีไม่แพ้การวางกลยุทธ์อื่นๆ เพื่อให้เหมาะสมและตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของการสื่อสารในแต่ละเรื่อง เพราะความชัดเจนและความต่อเนื่องของ Key Message นั้นจะช่วยให้กลุ่มผู้ฟังเป้าหมายเห็นภาพทั้งหมด และเชื่อมโยงไปถึงผู้ฟังให้เห็นว่าสิ่งที่คุณสื่อสารออกมานั้นมันเติมเต็มพวกเขาได้อย่างไรนั่นเอง ดังนั้นเรื่องของ Key Message ที่ดึงดูดใจจึงค่อนข้างเกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกทางอารมณ์ การเชื่อมโยงระหว่างคุณกับผู้ฟัง การสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกที่ดีมากที่สุด

ลักษณะของ Key Message ที่ดี

  • กระชับรวบรัด > มุ่งประเด็นไปที่ 3-5 Key Message ในแต่ละหัวข้อโดยมีความยาวไม่เกิน 1-3 ประโยคต่อแต่ละ
    Key Message ที่อ่านได้จบภายใน 30 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น
  • มีความเป็นกลยุทธ์ > สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน มีที่มาที่ไป มีความแตกต่าง และบอกถึงประโยชน์ที่ได้รับ
  • มีความเกี่ยวข้อง > เนื้อหาที่สื่อออกไปต้องมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ฟังอยากรู้
  • มีความน่าดึงดูด > การเขียนเนื้อหาต้องสร้างให้เกิดแรงดึงดูดหรือกระตุ้นให้เกิดการกระทำบางอย่าง
  • มีความง่าย > นำไปใช้ได้ง่าย เข้าใจง่าย ไม่สลับซับซ้อน หลีกเลี่ยงคำที่ทำให้ดูกำกวม หรือโอกาสให้เกิดการตีความแบบผิดๆ
  • มีความน่าจดจำ > เนื้อหาต้องจดจำขึ้นใจได้ง่าย ไม่เขียนอะไรที่ยาวจนเกินไป
  • ดูจริงจัง > ใช้โทนเสียงในลักษณะจริงใจ ไม่ใช่สื่อสารแบบสโลแกนในงานโฆษณา
  • ปรับเปลี่ยนได้ > เนื้อหาข้อความต้องคิดออกมาให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มผู้ฟัง ไม่ใช้เนื้อหาเดียวกับทุกกลุ่มผู้ฟัง และสามารถปรับใช้ได้กับหลายรูปแบบ
What's next?

เริ่มสร้าง Key Message ที่น่าดึงดูดใจ

การสร้าง Key Message ขึ้นมานั้นอาจดูค่อนข้างยากสักนิด แต่หากรู้หลักการที่ถูกต้องมันก็จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนงานเขียนในแบบต่างๆได้เป็นอย่างดี และยังช่วยให้งานของคุณนั้นง่ายมากขึ้นอีกด้วยครับ โดยก่อนจะเริ่มต้นการสร้าง Key Message ใดๆก็ควรระดมสมองกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักๆก่อนครับ เพื่อให้ได้มาซึ่ง Key Message ที่น่าดึงดูดใจและทรงพลัง เราลองมาดูวิธีการสร้าง Key Message กันครับ ซึ่งมันแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะด้วยกัน

ระยะที่ 1 เริ่มต้นด้วยการระดมสมองกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นครับว่า Key Message นั้นมีความสำคัญมากและเป็นรากฐานของการสื่อสารทุกรูปแบบ ดังนั้นมันจึงจำเป็นต้องระดมทีมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร เข้ามามีส่วนร่วมอย่างพร้อมเพรียงและให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นรวมไปถึงขัดเกลาให้ Key Message ในการสื่อสารนั้นออกมาเหมาะสมที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ทบทวนเรื่องของวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) รวมไปถึงคำมั่นสัญญาของแบรนด์ (Brand Promise) เพื่อดูความสอดคล้องในการสร้าง Key Message ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ
  • การระบุเป้าหมายของการสื่อสาร โดย Key Message นั้นก็ต้องตอบวัตถุประสงค์ของการสื่อสารแต่ละข้อด้วยเช่นกัน
  • วางแผนดูว่า Key Message นั้นทำมาเพื่อตอบสนองในเรื่องอะไรได้บ้าง หรือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในแบบต่างๆ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
  • กลุ่มเป้าหมายของการสื่อสารเป็นใคร พวกเขาต้องการรับฟังอะไรจากคุณบ้าง ซึ่งแต่ละกลุ่มเป้าหมายก็จะมีความต้องการฟังในเรื่องที่แตกต่างกัน โดยคุณต้องกำหนด Key Message แต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมันจะช่วยให้คุณเชื่อมโยงความรู้สึกกับผู้ฟังได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อคุณได้รายละเอียดทั้ง 4 ข้อข้างต้นแล้วทีนี้ก็มาลองขัดเกลาหรือปรับแต่ง Key Message ในขั้นแรกให้ตอบโจทย์ โดยควรตอบคำถามต่างๆเหล่านี้ให้ได้

  • คำพูดหรือข้อความไหนจะสามารถเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรมของผู้ฟังเป้าหมายได้บ้าง และจะสื่อสารประเด็นอะไรบ้าง
  • ทำไมคำพูดหรือข้อความนั้นมันถึงสำคัญต่อผู้ฟัง
  • คำพูดหรือข้อความมันมีความโดดเด่นและแตกต่างอย่างไร
  • ทำไมกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายถึงต้องหันมาสนใจสิ่งที่คุณกำลังจะสื่อสารออกไป
  • กลุ่มผู้ฟังจะได้อะไรกลับมา (What’s in it for me) ฟังแล้วได้อะไร
  • มีอุปสรรคอะไรบ้างที่กั้นขวางในการออกแบบการสื่อสาร

นอกจากนั้นสิ่งที่มีความสำคัญในการสร้างให้ Key Message นั้นมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นก็คือ เรื่องของ Tone of Voice หรือ Brand Voice Link ของแบรนด์คุณครับว่ามีลักษณะอย่างไร จะใช้มันอย่างไร ในสถานการณ์แบบใด เช่น จริงจัง ดุดัน ผ่อนคลาย ซึ่งนั่นก็ต้องทำความเข้าใจกลุ่มผู้ฟังเป้าหมายให้ได้อย่างชัดเจน และมันจะช่วยเติมเต็มอารมณ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

ในช่วงแรกของการสร้าง Key Message จะทำให้คุณได้ไอเดียในการสร้างสรรค์คำพูดหรือข้อความหลักๆ ที่จะนำไปใช้ในการสื่อสารตามวัตถุประสงค์และสถานการณ์ ซึ่งมันสามารถทำให้คุณนำออกไปแตกเป็นแนวทางในการเล่าเรื่องในแบบต่างๆ และคุณก็ควรมีข้อมูลมาสนับสนุนสิ่งที่คุณกำลังทำ จากนั้นก็อยู่ที่คุณแล้วครับว่าจะสื่อสาร Key Message ออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง เช่น การแสดงเป็นข้อมูล สถิติ การเล่าเรื่องแบบ Storytelling Link และอื่นๆที่เหมาะสม

Key Message tailored for each Audience

สำหรับการระดมสมองนั้นมันก็มีหลากหลายแบบครับ หากใครสนใจเทคนิคการระดมสมองในแบบต่างๆ ก็ลองเข้ามาดูที่บทความนี้ได้ครับ >>> รวมเทคนิคการระดมสมอง (Brainstorming) ที่น่าสนใจ Link

ระยะที่ 2 ได้เวลาร่าง Key Message และขัดเกลาให้ออกมาดี

หลังจากที่ระดมสมองอันหนักหน่วงเสร็จสิ้นแล้วในขั้นต่อไปก็เป็นการปรับแต่ง Key Message ให้ออกมาดีต่อจากช่วงแรก โดยต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ครับ

  • Key Message ที่กำหนดนั้นสามารถตอบโจทย์เป้าหมายการสื่อสารแล้วหรือยัง
  • Key Message แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดจนสามารถนำมาใช้เป็นของคุณเองได้แล้วหรือยัง
  • Key Message ดูเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายแล้วหรือยัง
  • Key Message สามารถปรับแต่งให้มันดูกระชับและเหมาะสมมากกว่านี้ได้หรือไม่
  • Key Message มันน่าดึงดูดและสร้างแรงจูงใจให้กับกลุ่มเป้าหมายหรือยัง

ถ้าคุณกับทีมที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารลองเอามาทบทวนดูแล้ว ยังเห็นว่ามันยังดูไม่เนียนตาและยังย้อนแย้งกันในบางประเด็น ก็ควรนั่งปรับแต่งออกมาใหม่แล้วค่อยไปสู่ระยะที่ 3 ครับ

ระยะที่ 3 ทำการทดสอบ Key Message และปรับปรุงให้ดูปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา

เมื่อคุณใช้เวลาในการระดมสมองจนได้ Key Message ที่ดีที่สุดแล้ว ก็ได้เวลานำมาทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายภายนอก โดยหากเป็นแบบเต็มกระบวนการจริงๆก็ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทำเป็นการประชุมย่อยๆเพื่อทดสอบ Key Message กับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม หากยังไม่ดีพอก็นำกลับมาปรับแต่งจนกว่าจะได้ Key Message ที่สมบูรณ์แบบ และอย่าลืมทดสอบเป็นระยะครับว่า Key Message ต่างๆนั้นยังคงมีประสิทธิภาพอยู่หรือไม่เมื่อระยะเวลาผ่านไป เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเริ่มสร้าง Key Message แบบดึงดูดใจได้แล้วครับ


Share to friends


Related Posts

เทคนิคการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ

การสื่อสารถือเป็นทักษะที่คุณสามารถฝึกฝนพัฒนาให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการทำงานได้ โดยมันสามารถสร้างให้เกิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างทีมงาน ความสัมพันธ์ระหว่างการติดต่อกับลูกค้า รวมถึงความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในบทบาทของการทำงานนั้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Effective Communication)


รู้จัก Context สำหรับการสื่อสาร

การสื่อสาร (Communication) ถือเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้กิจกรรมทางการตลาดหรือการสร้างแบรนด์กลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่จดจำสำหรับกลุ่มเป้าหมาย โดยหากแบรนด์หรือธุรกิจจะสื่อสารอะไรออกไปผ่านแคมเปญต่างๆก็จำเป็นต้องมีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาทางสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ โดยการสื่อสารในรูปแบบต่างๆนั้นก็ล้วนแล้วแต่ต้องให้ความสำคัญกับบริบท (Context)


เข้าใจวัตถุประสงค์สื่อสาร เพื่อประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ

คำว่าวัตถุประสงค์ มีความสำคัญสำหรับการเริ่มต้นกิจกรรมสื่อสารไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาด หรือกระบวนการขายสินค้าหรือบริการ ซึ่งวัตถุประสงค์ของการสื่อสารนั้น จะช่วยให้การกำหนดเป้าหมายของสารหรือข้อความที่จะสื่อ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2022@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์