How to do right content

ต้องยอมรับนะครับว่าการทำเนื้อหาหรือคอนเท้นต์ ได้กลายเป็นพระเอกในยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว และกลายเป็นกลยุทธ์สำหรับหลายๆประเภทธุรกิจ แบรนด์ หรือสินค้าที่หันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการสร้างคอนเท้นต์ เราลองมาดูวิธีการวางแผนการทำคอนเท้นต์ที่ใช่ เพื่อการวางแผนทางการตลาดในการสร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจกัน

ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

การเริ่มต้นที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ฉะนั้นการวางกลยุทธ์ด้านการทำคอนเท้นต์ต้องมาจากวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ชัดเจน อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และอันไหนที่ไม่จำเป็น จะได้เลือกทำคอนเท้นต์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตัวอย่างเช่น

  • เป้าหมายเพื่อเพิ่มยอดขาย
  • เป้าหมายเพื่อสร้าง Traffic ให้กับเว็บไซต์
  • เป้าหมายเพื่อสร้างให้เกิดการรับรู้ในธุรกิจ
  • เป้าหมายในการทำ SEO ให้ติดหน้าหนึ่งของ Google
  • เป้าหมายเพื่อลดรายจ่ายด้านการตลาด
  • เป้าหมายเพื่อการสร้าง Social Engagement

ตั้งตัวชี้วัดหรือ KPI ที่ชัดเจน

ทุกการทำคอนเท้นต์ควรมีการวัดผลได้ เพราะมันจะช่วยให้เราปรับกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง และไม่เสียงบประมาณไปอย่างเสียเปล่า ซึ่งตัวชี้วัดควรมีตัวเลขกำกับ ตัวอย่างเช่น

  • ได้ยอดตามเป้าหมายภายใน 1 เดือน ภายในไตรมาส หรือภายใน 1 ปี
  • เพิ่มยอดการสมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ 200 คน ใน 1 เดือน
  • เพิ่มจำนวนคนกดสมัครรับอีเมล์ข่าวสาร 1,000 ใน 1 เดือน
  • เพิ่มคนเข้ามาเยี่ยมชมคอนเท้นต์ที่เราทำผ่านหน้าเว็บไซต์ 300 คน ใน 1 เดือน
  • เพิ่มอันดับการค้นหาใน Google ในอยู่ในหน้าแรก
  • เพิ่มยอดไลค์ ยอดแชร์ ยอดคอมเม้นต์ ในคอนเท้นต์ที่เราต้องการวัด
  • การตอบรับการรับเชิญเข้าร่วมงานหรืออีเว้นท์ต่างๆ

กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนและดู Feedback จากลูกค้า

การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยให้เราสามารถทำคอนเท้นต์ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ได้อย่างชัดเจนทั้งอายุ เพศ ความสนใจ รายได้ การศึกษา ซึ่งข้อมูลนั้นหาได้ทั้งจากการทำการสำรวจภายในบริษัทของเราเอง และอีกกรณีหนึ่งหากเรามีเว็บไซต์หรือโซเชียล มีเดียแล้ว เราจะมีข้อมูลของผู้ที่เยี่ยมชมเว็บไซต์และผู้ติดตามโซเชียล มีเดีย ด้วยการรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายผ่าน Google Web Analytics, Social Media Analytics รวมไปถึงคนที่สมัครรับข่าวสารผ่านเว็บไซต์ของเรา หรือแม้แต่การเก็บข้อมูลจากเสียงตอบรับของลูกค้าว่าเค้ามีความรู้สึกหรือมีคำถามอะไรเกี่ยวกับคอนเท้นต์ที่เราเขียน ซึ่งจะทำให้เราเห็นทั้งความสนใจ ความต้องการของลูกค้า และอาจเห็นถึงปัญหาที่พบเจอ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาสร้าง Buyers Persona หรือตัวละครสมมติสำหรับกลุ่มเป้าหมายของเราว่าเค้ามีปัญหาอะไร มีความสนใจอะไร มีเป้าหมายอะไรในชีวิต มีแรงจูงใจด้านไหนบ้าง มีความต้องการอะไร มีความท้าทายอะไรรออยู่ ช่องทางการเปิดรับข้อมูลข่าวสารเป็นอย่างไร รูปแบบคอนเท้นต์ที่ชอบอ่านคือแบบไหน ก็จะยิ่งทำให้เราสามารถทำคอนเท้นต์ที่เหมาะสมและเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าเราได้

เลือกรูปแบบคอนเท้นต์ที่ต้องการ

คอนเท้นต์นั้นมีอยู่หลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแต่งต่างกันตามวัตถุประสงค์ของรูปแบบและการสื่อสาร ซึ่งคอนเท้นต์นั้นก็ต้องสร้างมาจากพื้นฐานของวัตถุประสงค์ทางการตลาดขององค์กร โดยรูปแบบคอนเท้นต์นั้นก็มีเครื่องมือที่เรียกว่า Content Matrix ที่ช่วยให้เราสามารถเลือกรูปแบบคอนเทนต์ที่เหมาะสม ใน Content Matrix ได้อธิบายให้เห็นถึงรูปแบบเนื้อหาที่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทด้วยกัน คือ เนื้อหาประเภทให้ความรู้ (Educate) เนื้อหาประเภทโน้มน้าวใจ (Convince) เนื้อหาประเภทสร้างความบันเทิง (Entertainment) และ เนื้อหาประเภทสร้างแรงบันดาลใจ (Inspire) โดยแต่ละประเภทก็มีรูปแบบของเนื้อหาที่ต่างกัน เช่น การทำ E-Book หรือ Infographic เหมาะสำหรับการทำเพื่อให้ความรู้ เช่น การเขียนบทความ การทำอินโฟร์กราฟิก การทำวีดิโอ การทำ E-Book 

อย่าลืมปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

หมั่นตรวจสอบคอนเท้นต์ที่คุณได้เขียนบนเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นๆ เช่น ข้อมูลบริษัท สินค้าหรือบริการให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหานั้นควรจะเป็นในเชิงของการตลาดที่สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วม เนื้อหาที่สามารถเชื่อมโยงเข้ามาถึงธุรกิจของเรา และสร้างให้เกิดการกระทำบางอย่าง นอกเหนือจากการปรับปรุงเนื้อหาเดิมที่มีอยู่ให้ทันสมัยแล้วเราควรทำคอนเท้นต์ดีๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น หากบริษัทเราทำเกี่ยวกับบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ การมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการซื้อบ้าน วิธีการดูทำเล วิธีการซ่อมบ้าน หรือการตกแต่งบ้าน ข่าวสารเกี่ยวกับอสังหาฯ ก็สามารถนำมาใช้เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจและเป็นประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคอนเท้นต์เหล่านี้ก็ควรอยู่ในขอบข่ายวัตถุประสงค์ของการทำตั้งแต่เริ่มต้นด้วยเช่นเดียวกัน

เริ่มสร้าง E-mailing List เพื่อส่งคอนเท้นต์สู่กลุ่มเป้าหมาย

การเตรียมความพร้อมของรายชื่ออีเมล์กลุ่มลูกค้า สำหรับการส่งคอนเท้นต์ต่างๆที่เราทำ จะช่วยให้เราจัดระเบียบการส่งคอนเท้นต์แต่ละแบบให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง และยังช่วยเสริมพลังของคอนเท้นต์ที่เราสร้างขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มอาจไม่ต้องการคอนเท้นต์เดียวกันทั้งหมด บางกลุ่มอาจสนใจแค่คอนเท้นต์เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ บางกลุ่มอาจสนใจข้อมูลด้านข่าวสาร บางกลุ่มอาจสนใจข้อมูลกิจกรรม ซึ่งการจัดระเบียบและแบ่งประเภทกลุ่มลูกค้าในการรับข้อมูล จะช่วยให้เราบริหารจัดการคอนเท้นต์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และเมื่อพูดถึงเรื่องของการส่งอีเมล์ก็ต้องมีตัวช่วยในการบริหารจัดการ ซึ่งในองค์กรใหญ่ๆอาจมีโปรแกรมประเภท CRM ที่ใช้งบประมาณค่อนข้างมาก แต่หากเป็นองค์กรเล็กพวก SME หรือ Startup ก็อาจมองหาโปรแกรมส่งอีเมล์จำพวก Mailchrimp หรือ Taximail มาใช้งานดูได้

วางแผนช่องทางในการโปรโมทคอนเท้นต์

นอกเหนือจากการลองสร้างอีเมล์เพื่อส่งคอนเท้นต์ที่เหมาะสมไปยังกลุ่มที่เราได้จัดระเบียบไว้ ก็เป็นการวางแผนช่องทางในการโปรโมทคอนเท้นต์ดีๆให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ซึ่งช่องทางการสื่อสารนั้นก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายในการสื่อสารของเรา รวมถึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละ Generation และช่องทางการเปิดรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทั้งช่องออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงโซเชียล มีเดีย และอย่าลืมตรวจเช็ค Feedback จากแต่ละช่องทางเพื่อดูว่าคอนเท้นต์ไหนและช่องทางไหนมีผลตอบรับอย่างไรบ้าง หากได้รับ Feedback ดีก็พัฒนาคอนเท้นต์ต่อไปให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าไม่ดีก็นำเอาไปพัฒนาคอนเท้นต์ใหม่ๆให้เหมาะสม

ความสำคัญของการทำคอนเท้นต์ที่ดีและเหมาะสม คือ การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์หรือธุรกิจเราเป็นใคร มีความสนใจอะไร คอนเท้นต์แบบไหนเป็นประโยชน์กับพวกเขา และคอนเท้นต์รูปแบบไหน เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย หากเราไม่สามารถเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการทำคอนเท้นต์และกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ก็ค่อนข้างยากที่จะทำคอนเท้นต์ที่ดีและเหมาะสมได้ นั่นเองครับ


Icon in cover photo from all-free-download.com

Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

ประเภทของ Digital Content ที่ควรมี

ในยุคของดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง การคอนเท้นต์ ที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้านั้นมีความสำคัญมาก และอย่างที่เรารู้กันว่า Content is a King การทำคอนเท้นต์นั้นก็จำเป็นต้องตอบสนองในสิ่งที่ผู้บริโภคนั้นอยากรู้ สิ่งที่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคได้ ซึ่งต้องมากับการออกแบบให้มีความเหมาะสม


สร้าง Social Media Content อย่างไร ให้มีคนแชร์

คอนเท้นต์กลายเป็นหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการวางกลยุทธ์การตลาดและการสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน และเมื่อรวมกับโลกโซเชียล มีเดียแล้วก็ยิ่งทำให้การวางกลยุทธ์ในการทำคอนเท้นต์เป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องหันมาใส่ใจเป็นอันดับแรก หลายๆองค์กรพยายามสร้างคอนเท้นต์ที่แปลกใหม่และผลิตคอนเท้นต์ออกมาเรื่อยๆ


Persona ของลูกค้าคืออะไร

Persona เป็นตัวละครสมมติหรือตัวละครในอุดมคติ ที่เราสร้างขึ้นมาจากการที่แบรนด์ได้ทำการศึกษาวิจัย เพื่อระบุประเภทกลุ่มผู้ใช้ที่มีโอกาสที่จะใช้สินค้าหรือบริการของเรา โดยการสร้างบุคคลขึ้นมาจะช่วยให้เราเข้าใจประสบการณ์ ความต้องการ พฤติกรรม และเป้าหมายของผู้ใช้


ตัวอย่างเทคนิคการทำ Digital Marketing แบบง่ายๆ

คำว่า ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง หรือ การตลาดดิจิทัล นั้นคือทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการตลาดโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอินเทอร์เน็ต และปัจจุบันธุรกิจต่างๆก็ใช้ประโยชน์ของการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ผ่านหลายช่องทาง เช่น โซเชียล มีเดีย อีเมล์ เว็บไซต์ เพื่อสื่อสารกับลูกค้า


Content ด้านการตลาดมีกี่รูปแบบ

การทำเนื้อหา หรือ Content นั้นได้กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำหรับการตลาดแบบแรงดึงดูด (Inbound Marketing) สืบเนื่องมาจากการที่มีแบรนด์หรือสินค้าและบริการต่างๆเกิดขึ้นอย่างมาก จากเมื่อก่อนที่เป็นยุคของการขายของ มาสู่ยุคของการทำการตลาด และตอนนี้ก็เป็นยุคของการทำเนื้อหา



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2020@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up