ความแตกต่างระหว่าง Affiliate Program กับ Referral Program

ใครเคยมีความคิดที่จะทำ Referral Program หรือ Affiliate Program บ้างไหมครับ ซึ่งผมเชื่อว่าในปัจจุบันหลากหลายธุรกิจได้ทำการตลาดใน 2 ลักษณะนี้กันอยู่แล้ว แต่พอมันมีทั้งคำว่า Referral และ Affiliate คำถามต่อมาที่สร้างให้เกิดความสับสนในหลายๆธุรกิจและหลายๆคน ก็คือ มันเหมือนหรือต่างกันยังไงเพราะว่าสุดท้ายมันก็คือได้ส่วนแบ่งที่เป็นประโยชน์กันทั้งคู่ และผมก็เจอคำถามนี้มาสักพักหนึ่งในช่วงที่สอนและบรรยายเรื่องการตลาด (Marketing) ให้กับทั้งทีมการตลาดและทีมขายหลายแห่ง ผมจะมาอธิบายเพิ่มเติมให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นครับว่าระหว่าง Referral Program และ Affiliate Program มีความแตกต่างกันอย่างไร

What's next?

อะไรคือ Referral Program

Referral Program คือ โปรแกรมการแนะนำโดยจะมอบรางวัลหรือสิ่งของตอบแทนแก่ลูกค้าปัจจุบัน ในทุกๆครั้งที่พวกเขาแนะนำคนที่รู้จักมาซื้อสินค้าหรือบริการของคุณได้สำเร็จ รางวัลเหล่านี้ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละธุรกิจครับ โดยอาจเป็นส่วนลด เครดิตร้านค้า บัตรของขวัญ ผลิตภัณฑ์ฟรี หรือได้รับบริการใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะออกมาในรูปแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth) หรืออาจจะเป็นการโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียก็ได้เช่นกัน

อะไรคือ Referral Program


อะไรคือ Affiliate Program

Affiliate Program คือ ผมขอเรียกว่าเป็นโปรแกรมแบบพันธมิตรซึ่งจะใช้กับโลกออนไลน์ โดยการเปิดโอกาสให้เครือข่ายที่อาจเป็นได้ทั้งลูกค้าหรือคนทั่วๆไปได้สร้างรายได้ ด้วยการนำเอาลิงค์ไปวางบนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เพื่อกระจายสู่กลุ่มคนที่พวกเขารู้จักซึ่งมันก็คือเครือข่ายของแต่ละคนที่มี และหากผู้อ่านหรือผู้ติดตามคนใดคนหนึ่งคลิกที่ลิงค์และทำการซื้อสินค้า คนที่อยู่ในกระบวนการทำ Affiliate Program ก็จะได้รับรางวัลตอบแทนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าคอมมิชชั่นในรูปแบบตัวเงิน โดยอาจมีแบ่งเป็นหลายระดับหลายรูปแบบหรืออาจยึดตามจำนวนยอดขายก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการกำหนดของแต่ละธุรกิจ

อะไรคือ Affiliate Program


ตารางสรุปให้เห็นความต่างระหว่าง Referral Program และ Affiliate Program

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นเรามาดูตารางสรุปเปรียบเทียบความต่างให้เห็นเป็นข้อๆกันครับ

ประเด็นReferralAffiliate
กลุ่มเป้าหมายมุ่งเป้าไปที่ลูกค้าในปัจจุบัน โดยแต่ละรายจะได้รับลิงก์ที่ไม่ซ้ำกัน หรืออาจบอกต่อในรูปแบบอื่นๆ โดยจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ หากได้ลูกค้าใหม่ๆใครก็สามารถเป็นผู้สร้าง Content ด้วยการโปรโมทธุรกิจ โดยการนำ Affiliate Link ใส่ลงใน Content และรับค่าคอมมิชชั่นจากการขาย
ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้ามีความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและผู้ที่แนะนำ ลูกค้าจะแนะนำเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานมายังธุรกิจของคุณ นับเป็นความสัมพันธ์ที่ดีและมีความไว้วางใจกลุ่มคนที่คลิก Affiliate Link มักจะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่พวกเขาเชื่อคำแนะนำโดยพิจารณาจากคุณภาพของ Content และความเชี่ยวชาญของผู้โพสต์
แนวทางการสื่อสารมีแนวทางที่เฉพาะเจาะจง ข้อความส่วนใหญ่จะส่งถึงเพื่อนและครอบครัวโดยตรง เช่น อีเมล ข้อความ Inbox หรือพูดแบบปากต่อปาก ส่งผลให้เกิดโอกาสซื้อสินค้ามากขึ้นเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขายในช่องสาธารณะต่างๆ เพียงแค่ใส่ลิงก์บนเว็บไซต์ที่ทำ Affiliate แล้วส่งผ่านจดหมายข่าว หรือโพสต์บน Social Media ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง
รูปแบบของผลตอบแทนคูปองส่วนลด เครดิตร้านค้า ได้ผลิตภัณฑ์ฟรี ได้เงินคืน หรือบัตรของขวัญ รางวัลสามารถมอบให้กับลูกค้าปัจจุบันเท่านั้น (ผู้ที่แนะนำผู้อื่น) ลูกค้าใหม่ (ผู้ถูกแนะนำ) หรือทั้งสองอย่างส่วนใหญ่ค่าคอมมิชชั่นเป็นเงินสด หรือเปอร์เซ็นต์ของการขายแต่ละครั้ง และอาจจะได้รับผลิตภัณฑ์ฟรีนอกเหนือจากค่าตอบแทนเงินสด
การหวังผลทางธุรกิจลูกค้าค่อนข้างมีคุณภาพสูง เนื่องจากเชื่อถือคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงาน โดยทั่วไป Referral Program จะเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมุ่งเน้นที่การขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วเนื่องจาก Affiliate เข้าถึงผู้ติดตามจำนวนมากได้ในคราวเดียว โปรแกรมแบบ Affiliate จึงเหมาะสำหรับแบรนด์ที่ใหญ่กว่าและเป็นที่ยอมรับมากกว่า
ความเชื่อมั่นเนื่องจากการอ้างอิงมาจากลูกค้าปัจจุบัน จึงรับประกันได้ว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นดีจริงๆด้วยความที่เป็นการวางลิงก์บนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น บล็อกโพสต์ หน้า Landing Page หรือ Onlinve VDO จะยึดตามตามความไว้วางใจและชื่อเสียงของผู้โพสต์
ความต่อเนื่องทางการตลาดสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายในระยะยาวกับลูกค้าของคุณ โดยเชิญชวนให้พวกเขาแบ่งปันกับเพื่อนๆ แม้จะไม่ได้ปริมาณมาก แต่แคมเปญเหล่านี้สร้างโอกาสในการขายที่มีคุณภาพสูง ทำให้เกิดอัตรา Conversion ที่สูงขึ้น อัตราการ Retention ที่สูงขึ้น และโอกาสเกิดมูลค่าของ Customer Lifetime Value (CLV) โดยเฉลี่ยที่สูงขึ้นด้วยความที่เป็นการวางลิงก์บนบล็อกที่มีการเข้าชมสูง หรือโพสต์บน Social Media ที่แม้ว่าจะไม่มีการสื่อสารโดยตรงกับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า แต่ใครก็ตามที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณก็สามารถคลิกลิงก์ Affiliate เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

ตารางสรุปข้อดีและข้อเสียระหว่าง Referral Program และ Affiliate Program

เรามาดูกันครับว่าเมื่อเทียบข้อดีข้อเสียระหว่าง 2 รูปแบบ จะออกมาเป็นอย่างไร

รูปแบบข้อดี (Pros)ข้อเสีย (Cons)
Referral

1. ผู้สนับสนุนรู้จักแบรนด์ของคุณเป็นอย่างดีและชื่นชอบแบรนด์ของคุณ1. การเข้าถึงค่อนข้างแคบ เพราะจะอยู่ในกลุ่มคนรู้จัก
2. ความยืดหยุ่นในการให้รางวัล โดย สามารถเลือกได้มากกว่าแค่เงินสด

2. กำหนดเป้าหมายได้เฉพาะบุคคลที่ลูกค้าของคุณรู้จักเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
3. ดึงดูดลูกค้าเป้าหมายด้วยอัตรา Conversion ที่สูงขึ้น
4. ประหยัดงบประมาณสำหรับการติดตั้งระบบ ที่เหมาะกับบริษัทขนาดเล็กและสตาร์ทอัพ
Affiliate



1. ลิงก์ Affiliate หนึ่งลิงก์สามารถเข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก ซึ่งหมายความว่าคุณจะเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว 1. จะต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นเป็นเงินสดในการขายทุกครั้ง


2. ผู้ใดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของ Affiliate Program จะเชื่อถือคำพูดของผู้โพสต์ จึงมีแนวโน้มที่จะคลิกลิงก์ Affiliate และซื้อ2. จะไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับคนที่มากดผ่านลิงก์ ทำให้ไม่สามารถเอาไปทำการตลาดต่อ

3. เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับธุรกิจที่ก่อตั้งมาสักพักแล้ว และต้องการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว

3. กลุ่มเป้าหมายอาจไม่ใช่ลูกค้าของคุณเสมอไป


4. แม้จะมีการเข้าถึงในวงกว้าง แต่อัตรา Conversion ก็ไม่สูงเท่ากับ Referral Program

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับธุรกิจใดก็ตามที่คิดจะวางแผนทำ Referral หรือ Affilate Program ไม่มากก็น้อยครับ ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับว่าทำแบบไหนที่จะเหมาะกับธุรกิจของคุณมากกว่ากัน



Share to friends


Related Posts

สร้างรายได้ด้วย Affiliate Marketing

Affiliate Marketing คือ หนึ่งในรูปแบบการตลาดออนไลน์ที่ทำให้คุณสามารถสร้างรายได้แบบให้เงินทำงานแทน (Passive Income) ด้วยแนวคิดที่ให้ใครก็ตามช่วยโปรโมทหรือประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการผ่านเครือข่ายต่างๆที่มี และได้ค่าคอมมิชชันจากการช่วยโปรโมทในแต่ละครั้งหากเกิดการขายขึ้น


เทคนิคการนำ Fear of Missing Out มาใช้ในการตลาด

Fear of Missing Out หรือ FOMO เป็นอาการของการกลัวการตกเทรนด์หากไม่ได้สิ่งเหล่านั้นมาก็จะรู้สึกนอยด์ๆหรือรู้สึกผิดหวังที่ปล่อยให้โอกาสเหล่านั้นหลุดลอยไปในอากาศ และเป็นกันอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z โดยการทำความเข้าใจกับ FOMO นั้นมันจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี



copyright 2024@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์