วิธีใช้จิตวิทยาเพื่อโน้มน้าวใจให้หลงรักแบรนด์ (Brand Persuasion)
ทุกแคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จ มักจะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ความเข้าใจว่าผู้คนคิด รู้สึก และตัดสินใจอย่างไร ซึ่งเรากำลังพูดถึงการโน้มน้าวใจ (Persuasion) ที่ไม่ใช่การบงการ (Manipulation) แต่เป็นเรื่องของการสื่อสารด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (Empathy) โดยมีพื้นฐานมาจากเรื่องของจิตวิทยา และแบรนด์ใดก็ตามที่โน้มน้าวใจได้ดีที่สุด ก็รู้ว่าจะชักจูงการตัดสินใจจากลูกค้าอย่างมีจริยธรรมได้อย่างไร และในบทความนี้ผมจะพามาสำรวจวิธีใช้จิตวิทยา เพื่อเพิ่มพลังในการโน้มน้าวใจของแบรนด์คุณ ตั้งแต่กลไกกระตุ้นทางความคิด
จิตวิทยาและการตลาดกับ Loss Aversion เมื่อผู้บริโภคกลัวความสูญเสียมากกว่าได้
หลักการที่แสดงถึงความไม่ชอบการสูญเสีย (Loss Aversion) ถือ เป็นหนึ่งในแนวคิดที่มีอิทธิพลมากที่สุด ในสาขาเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) โดยเน้นว่ามนุษย์ตอบสนองต่อการรับรู้ถึงการสูญเสีย ที่รุนแรงกว่าการได้รับผลประโยชน์ที่เทียบเท่ากันมาก โดยหลักการนี้ได้ท้าทายแนวคิดที่ว่ามนุษย์ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลเสมอ แต่กลับเผยให้เห็นถึงอคติทางอารมณ์ของเราในการหลีกเลี่ยงการสูญเสีย
จิตวิทยาและการตลาดกับ Antifragile Strategy ที่ยิ่งเจอความปั่นป่วนธุรกิจก็ยิ่งเติบโต
ความไม่แน่นอนในปัจจุบันนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป แต่มันคือเรื่องปกติที่เราเห็นจนเริ่มจะชินกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพและกลยุทธ์การตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ในชั่วข้ามคืน เทคโนโลยีเข้ามาแทนที่อุตสาหกรรมทั้งหมด และพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนเร็วขึ้นกว่าที่เคยมีมา แบรนด์บางส่วนก็จากไปภายใต้แรงกดดันดังกล่าว บางส่วนก็แค่เอาตัวรอดในระยะสั้นๆ แต่บางแบรนด์ก็กลับเติบโตได้ดีขึ้นจากความไม่แน่นอนนี้ ซึ่งนั่นก็อาจเป็นผลมาจาก Antifragile Strategy
จิตวิทยาและการตลาดกับ The IKEA Effect เมื่อสิ่งที่เราลงมือทำเองดูมีค่ามากขึ้น
ทำไมบางครั้งเราถึงได้รักสิ่งที่เราทุ่มเทสร้างขึ้นมา แม้ว่ามันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม ความผูกพันทางอารมณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วย “ปรากฏการณ์อิเกีย” (The IKEA Effect) ซึ่งเป็นหนึ่งในอคติทางพฤติกรรม ที่ทำให้ผู้คนให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาสร้างขึ้นเองบางส่วนสูงกว่า ปรากฏการณ์นี้ตั้งชื่อตามบริษัทชื่อดังอย่าง IKEA ซึ่งจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ที่ประกอบเองได้ ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าความพยายาม
จิตวิทยาและการตลาดกับ Anxiety and Uncertainty เมื่อความกังวลใจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า
คุณเคย “ลังเล” ก่อนที่จะกดปุ่ม “ซื้อเลย” บ้างไหม ทั้งๆที่คุณเองก็ต้องการสินค้านั้นเป็นอย่างมาก หรือบางครั้งก็ดันเปลี่ยนใจในช่วงตอนกำลังจะชำระเงิน ทั้งๆที่คุณเองก็ใช้เวลาเปรียบเทียบและดูรีวิวมานาน ซึ่งมันเป็นความรู้สึกตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ที่ไม่ใช่ความตึงเครียดในเรื่องของราคาหรือคุณค่า แต่เป็นเรื่องของ “ความกังวล” (Anxiety) และ “ความไม่แน่นอน” (Uncertainty)
จิตวิทยาและการตลาดกับ The Halo Effect เมื่อ First Impression ทำให้ทุกอย่างดีไปหมด
ปรากฏการณ์ฮาโล (The Halo Effect) เป็นหนึ่งในอคติทางความคิดที่ทรงพลัง ซึ่งความประทับใจโดยรวมของบุคคลที่มีต่อบุคคลอื่น แบรนด์ บริษัท หรือผลิตภัณฑ์หนึ่ง จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความคิดของพวกเขา ที่เกี่ยวกับคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้น และโดยพื้นฐานแล้ว เมื่อเรามองเห็นคุณสมบัติหนึ่งในเชิงบวก เราก็มักจะมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นในเชิงบวกเช่นกัน
จิตวิทยาและการตลาดกับ Fear-Based Marketing ต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้า
การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัว (Fear-Based Marketing) ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากตัวกระตุ้นทางจิตวิทยา เพื่อโน้มน้าวพฤติกรรมผู้บริโภคด้วยการสร้างความเร่งด่วน (Urgency) ความขาดแคลน (Scarcity) และความรู้สึกของการสูญเสีย (Fear of Missing Out) ที่อาจเกิดขึ้น ธุรกิจต่างๆนั้นประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์
จิตวิทยาและการตลาดกับ Bandwagon Effect เมื่อผู้คนซื้อเพราะ “ใครๆเขาก็ซื้อกัน”
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมโดยธรรมชาติ พฤติกรรมของเรามักจะถูกกำหนดโดยสิ่งที่ผู้อื่นทำอยู่ และหนึ่งในแนวคิดที่สนับสนุนพฤติกรรมนี้ ก็คือ Bandwagon Effect ที่เป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา ที่ผู้คนมีแนวโน้มที่จะรับเอาพฤติกรรม (Behavior) ทัศนคติ (Attitude) หรือความเชื่อ (Beliefs) ไปเองเนื่องจากผู้อื่นทำเช่นนั้น ที่ขึ้นอยู่กับอิทธิพลทางสังคม และในโลกของการตลาด
จิตวิทยาและการตลาดกับพลังของ Social Proof เมื่อความไว้วางใจผลักดันให้เกิดยอดขายสินค้า
หลักฐานทางสังคม (Social Proof) คือ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาและสังคม ที่ผู้คนเลียนแบบการกระทำของผู้อื่น เพื่อพยายามสะท้อนพฤติกรรมที่ถูกต้องในสถานการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้น ซึ่งก็คือแนวคิดที่ว่าผู้คนมีแนวโน้มที่จะทำบางสิ่งมากขึ้น หากพวกเขาเห็นคนอื่นๆทำสิ่งนั้น แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากความจริงที่ว่า มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม และหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธจากสังคม
กลยุทธ์การตลาดด้วย Limited-Time Offer เพื่อเพิ่มยอดขายด้วยความเร่งด่วน
ในโลกที่ผู้บริโภคถูกรายล้อมไปด้วยแบรนด์และผลิตภัณฑ์มากมาย ทำให้ธุรกิจต่างๆยากที่จะดึงดูดความสนใจและกระตุ้นยอดขายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการสร้างความโดดเด่นและสร้างความเร่งด่วน คือ กลยุทธ์การใช้ข้อเสนอแบบจำกัดเวลา (Limited-Time Offers หรือ LTOs) ข้อเสนอที่มีระยะเวลาจำกัดเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากจิตวิทยาของผู้บริโภค โดยอาศัยความกลัวที่จะพลาดโอกาสหรือ Fear of Missing Out (FOMO)
