การตลาดสาย Dark กับปรากฎการณ์ False Scarcity เมื่อแบรนด์ทำให้เรารู้สึกว่า “ต้องซื้อเดี๋ยวนี้”
ปรากฏการณ์ “ความขาดแคลนเทียม” (False Scarcity Phenomenon) เกิดขึ้นเมื่อนักการตลาดสร้าง หรือบิดเบือนข้อความเพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้ามีจำนวนจำกัด เวลาใกล้จะหมด หรือมีผู้สนใจจำนวนมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นป้ายเตือน “เหลือเพียง 2 ชิ้นสุดท้าย” นาฬิกานับถอยหลังที่รีเซ็ตใหม่ทุกครั้งที่แตะเลขศูนย์ หรือโปรโมชันพิเศษที่หมุนเวียนกลับมาทุกสัปดาห์ โดยกลยุทธ์นี้ไม่ได้มุ่งเน้นการโน้มน้าวว่าสินค้าดีอย่างไร แต่ใช้วิธีปลูกฝังความกลัวว่า “หากเร่งไม่ตัดสินใจตอนนี้ อาจจะพลาดโอกาสตลอดไป” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของ Dark Marketing ที่แยบยลที่สุดในการบีบให้เราตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
ปรากฏการณ์ Overpricing กับ FOMO เมื่อผู้คนเห็นกระแสสำคัญกว่าราคา
ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกิดภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน จนส่งผลกระทบเกือบทุกครัวเรือนไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม ทำให้การซื้อขายสินค้านั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องคิดให้รอบคอบมากกว่าเดิม แต่มันก็ยังมีสถานการณ์ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินแพงกว่าราคาจริงถึง 2, 3, 4 หรือแม้กระทั่งอาจถึง 10 เท่าเพื่อซื้อสินค้าบางอย่าง ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ที่เราเรียกว่า “ปรากฏการณ์การตั้งราคาสูงเกินไป” (Overpricing Phenomenon) ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันทางจิตวิทยาของ “ความกลัวที่จะพลาดสิ่งดีๆ” หรือ Fear of Missing Out (FOMO)
