การตลาดสาย Dark กับปรากฎการณ์ False Scarcity เมื่อแบรนด์ทำให้เรารู้สึกว่า “ต้องซื้อเดี๋ยวนี้”
ปรากฏการณ์ “ความขาดแคลนเทียม” (False Scarcity Phenomenon) เกิดขึ้นเมื่อนักการตลาดสร้าง หรือบิดเบือนข้อความเพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้ามีจำนวนจำกัด เวลาใกล้จะหมด หรือมีผู้สนใจจำนวนมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นป้ายเตือน “เหลือเพียง 2 ชิ้นสุดท้าย” นาฬิกานับถอยหลังที่รีเซ็ตใหม่ทุกครั้งที่แตะเลขศูนย์ หรือโปรโมชันพิเศษที่หมุนเวียนกลับมาทุกสัปดาห์ โดยกลยุทธ์นี้ไม่ได้มุ่งเน้นการโน้มน้าวว่าสินค้าดีอย่างไร แต่ใช้วิธีปลูกฝังความกลัวว่า “หากเร่งไม่ตัดสินใจตอนนี้ อาจจะพลาดโอกาสตลอดไป” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของ Dark Marketing ที่แยบยลที่สุดในการบีบให้เราตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น
Scarcity vs Accessibility เมื่อความหายากปะทะการเข้าถึงในโลกของ Luxury Brand
ในอดีต การสร้างแบรนด์สำหรับแบรนด์หรู (Luxury Brand) มักจะถูกขับเคลื่อนด้วยหลักการง่ายๆ ที่ว่า “ความขาดแคลนสร้างให้เกิดความปรารถนา” (Scarcity) โดยคุณค่าที่ผู้บริโภครับรู้นั้นมีรากฐานมาจากสินค้าจำนวนจำกัด ราคาสูง ลู่ทางการจัดจำหน่ายที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และความเหนือระดับเฉพาะกลุ่ม แต่ทว่าในตลาดร่วมสมัย ปัจจัยขับเคลื่อนที่ทรงพลังอีกด้านหนึ่งก็กลับก้าวเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ซึ่งนั่นก็คือ “การเข้าถึงที่ง่ายขึ้นช่วยขับเคลื่อนการเติบโต” (Accessibility)
จิตวิทยาและการตลาดกับ Anxiety and Uncertainty เมื่อความกังวลใจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า
คุณเคย “ลังเล” ก่อนที่จะกดปุ่ม “ซื้อเลย” บ้างไหม ทั้งๆที่คุณเองก็ต้องการสินค้านั้นเป็นอย่างมาก หรือบางครั้งก็ดันเปลี่ยนใจในช่วงตอนกำลังจะชำระเงิน ทั้งๆที่คุณเองก็ใช้เวลาเปรียบเทียบและดูรีวิวมานาน ซึ่งมันเป็นความรู้สึกตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ที่ไม่ใช่ความตึงเครียดในเรื่องของราคาหรือคุณค่า แต่เป็นเรื่องของ “ความกังวล” (Anxiety) และ “ความไม่แน่นอน” (Uncertainty)
