Psychology of Premium ทำไมคนยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อ “คุณค่าที่รู้สึกได้”
หากมองผ่านเลนส์ของเศรษฐศาสตร์แบบดั้งเดิม ผู้บริโภคมักถูกคาดหวังให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผลที่สุด โดยมุ่งเน้นการมองหาประโยชน์ใช้สอยสูงสุดในราคาที่ต่ำที่สุด แต่ทว่าในความเป็นจริง พฤติกรรมของมนุษย์กลับสวนทางกับสมมติฐานนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้บริโภคเต็มใจควักเงินจ่ายค่ากาแฟแก้วละเป็นร้อยทั้งที่มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่า การยอมจ่ายราคาแพงลิ่วให้กับสินค้าแฟชั่นไฮเอนด์ ที่ฟังก์ชันการใช้งานแทบไม่ต่างจากเสื้อผ้าทั่วไป หรือการยอมจ่ายแพงกว่าให้กับแบรนด์ ที่มอบผลประโยชน์ในรูปแบบที่จับต้องไม่ได้ คำตอบของความย้อนแย้งทั้งหมดนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าจริงของตัวสินค้า แต่เป็นเพราะ “คุณค่าที่รับรู้ในจิตใจ” (Perceived Value) ต่างหาก เพราะแท้จริงแล้วผู้คนไม่ได้จ่ายเงินให้กับสิ่งที่สินค้าชิ้นนั้นเป็น แต่พวกเขาจ่ายให้กับสิ่งที่พวกเขา “เชื่อ” ว่ามันเป็นตัวแทนต่างหาก
Spotify กับการสร้าง Playlist Economy ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปตลอดกาล
ก่อนการก้าวเข้ามาของ Spotify พฤติกรรมการฟังเพลงของผู้คน ถูกจำกัดความด้วยแนวคิดเรื่อง “การเป็นเจ้าของ” (Ownership) โดยเราสะสมเพลงผ่านแผ่นซีดีและเทปคาสเซ็ท จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่ในช่วงแรก เป็นการดาวน์โหลดไฟล์ MP3 อย่างเช่นการซื้อผ่าน Apple iTunes ซึ่งในเวลานั้น ผู้บริโภคยังคงมองว่าดนตรี คือ “ผลิตภัณฑ์” ชิ้นหนึ่งที่ต้องจ่ายเงินซื้อเพื่อครอบครอง แต่อย่างไรก็ตาม Spotify ได้เข้ามาเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง
พลังของ Zero-Price Effect กับเหตุผลว่าทำไมของราคา “ศูนย์” บาท ถึงทรงพลังยิ่งกว่าส่วนลด
โดยปกติแล้ว เมื่อราคาสินค้าลดลงจาก 3,000 บาท เหลือ 1,500 บาท ผู้คนมักจะหยุดคิดและเปรียบเทียบความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ แต่หากราคานั้นลดลงจาก 30 บาท จนกลายเป็น “ฟรี” ผู้คนกลับพุ่งเข้าหาในทันที ซึ่งปฏิกิริยานี้ดูไม่สมเหตุสมผลเลยในทางคณิตศาสตร์ แต่ทว่ามันกลับเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในทุกวัฒนธรรม ทุกระดับรายได้ และเกือบทุกหมวดหมู่สินค้า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เพียงเล่ห์กลทางการตลาดทั่วไป แต่เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่ได้รับการรับรอง ซึ่งเรียกว่า “The Zero-Price Effect” ครับ
“ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ” กับจิตวิทยาราคาเบื้องหลังโปรโมชั่นแบบ Buy 1 Get 1 Free
“ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาแบบฟรี” ซึ่งเป็นคำพูดคนส่วนใหญ่มักพูดประโยคนี้ด้วยความมั่นใจ แต่ก็กลับกลายเป็นคนกลุ่มเดียวกันนี้เองที่รู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ ในทุกๆครั้งเมื่อได้เห็นป้าย “ซื้อ 1 แถม 1” (Buy 1 Get 1 Free) “การได้ของขวัญฟรี” (Free Gift) “ทดลองใช้ฟรี” (Free Trial) หรือ “ส่งฟรี” (Free Delivery) แต่ในทางตรรกะแล้วเราต่างรู้ดีว่า ต้นทุนเหล่านั้นถูกรวมเข้าไปในราคาสินค้าเรียบร้อยแล้ว และมีการปรับราคาเผื่อเอาไว้ หรือเราอาจกำลังจ่ายค่าของ “ฟรี” (Free) นั้นผ่านทางอื่นอยู่แบบไม่รู้ตัว
จิตวิทยาและการตลาดกับ The Endowment Effect ในการแสดงถึงพลังของความเป็นเจ้าของ
เคยสังเกตไหมครับว่า เมื่อผู้คนเป็นเจ้าของบางสิ่งแม้เพียงชั่วขณะ พวกเขามักจะให้คุณค่ากับสิ่งนั้น มากกว่าตอนที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของอย่างมาก ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในอคติทางพฤติกรรม ที่เรียกว่า “ผลกระทบจากการเป็นเจ้าของ” (The Endowment Effect) ที่สามารถกำหนดรูปแบบการตัดสินใจซื้อ ความภักดีต่อแบรนด์ และพฤติกรรมของลูกค้า ได้มากกว่าที่นักการตลาดส่วนใหญ่ตระหนักถึงเสียอีก
ปรากฏการณ์ Overpricing กับ FOMO เมื่อผู้คนเห็นกระแสสำคัญกว่าราคา
ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันที่เกิดภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอน จนส่งผลกระทบเกือบทุกครัวเรือนไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม ทำให้การซื้อขายสินค้านั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องคิดให้รอบคอบมากกว่าเดิม แต่มันก็ยังมีสถานการณ์ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินแพงกว่าราคาจริงถึง 2, 3, 4 หรือแม้กระทั่งอาจถึง 10 เท่าเพื่อซื้อสินค้าบางอย่าง ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ที่เราเรียกว่า “ปรากฏการณ์การตั้งราคาสูงเกินไป” (Overpricing Phenomenon) ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันทางจิตวิทยาของ “ความกลัวที่จะพลาดสิ่งดีๆ” หรือ Fear of Missing Out (FOMO)
