Product-Led Growth vs Marketing-Led Growth เลือกเครื่องยนต์การเติบโตแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจมากที่สุด
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การเติบโตมักจะถูกขับเคลื่อนด้วย 2 โมเดลหลัก ซึ่งก็คือ Product-Led Growth (PLG) ที่ใช้ “ตัวผลิตภัณฑ์” เป็นพระเอกในการดึงดูดและมัดใจลูกค้า ผ่านการให้ทดลองใช้ฟรีเพื่อให้ผู้ใช้เห็นคุณค่าด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ และ Marketing-Led Growth (MLG) ที่ใช้ “การตลาด” เป็นแรงขับเคลื่อนหลักผ่านแคมเปญและการโฆษณาเพื่อสร้างความต้องการและจูงใจ ให้ลูกค้าซื้อตามเส้นทางที่วางไว้ ซึ่งทั้งสองแนวทางต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่ต่างกัน โดย PLG ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวได้ไวและประหยัดต้นทุนในระยะยาว แต่อาจต้องใช้เวลาพัฒนาสินค้านาน ส่วน MLG สามารถสร้างยอดขายได้รวดเร็วและคาดเดาได้ง่ายกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนการตลาดที่สูงและต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเลือกใช้กลไกที่ผิดฝาผิดตัวก็อาจทำให้คุณเสียเงินไปฟรีๆ เช่น พัฒนาฟีเจอร์ล้ำๆแต่ไม่มีคนใช้ หรือทุ่มงบโฆษณาถล่มทลายแต่กลับรักษาลูกค้าเอาไว้ไม่ได้
Spotify กับการสร้าง Playlist Economy ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปตลอดกาล
ก่อนการก้าวเข้ามาของ Spotify พฤติกรรมการฟังเพลงของผู้คน ถูกจำกัดความด้วยแนวคิดเรื่อง “การเป็นเจ้าของ” (Ownership) โดยเราสะสมเพลงผ่านแผ่นซีดีและเทปคาสเซ็ท จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่ในช่วงแรก เป็นการดาวน์โหลดไฟล์ MP3 อย่างเช่นการซื้อผ่าน Apple iTunes ซึ่งในเวลานั้น ผู้บริโภคยังคงมองว่าดนตรี คือ “ผลิตภัณฑ์” ชิ้นหนึ่งที่ต้องจ่ายเงินซื้อเพื่อครอบครอง แต่อย่างไรก็ตาม Spotify ได้เข้ามาเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง
