รวมวิธีการทำ Collaborative Marketing

ในบทความก่อนผมได้อธิบายสรุปและยกตัวอย่างเกี่ยวกับการทำ Collab Marketing Link หรือเรียกเต็มๆว่า Collaboration Marketing หรือ Collaborative Marketing ไปแล้วครับว่ามันคือการ Collab หรือการสร้างความร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ 2 แบรนด์ เพื่อสร้างให้เกิดพลังหรือแรงผลักดันทางการตลาดในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งมันส่งผลดีทั้งต่อตัวแบรนด์เองและได้ประโยชน์กับลูกค้า จนเราได้เห็นการ Collab กันของหลายๆแบรนด์ที่สร้างเสียงฮือฮาในช่วงปีที่ผ่านมา หลายๆคนอาจสงสัยครับว่าการร่วมมือกันทำการตลาดหรือ Collaborative Marketing มันมีวิธีไหนบ้าง ผมเลยมาสรุปวิธีต่างๆในการทำ Collaborative Marketing ให้ดูกันในบทความนี้ครับ

What's next?

สร้างคู่ค้าเพื่อทำการตลาดร่วมกัน (Partnership Marketing)

การตลาดด้วยการที่แบรนด์ 2 แบรนด์จับมือร่วมกันในการแบ่งความรับผิดชอบเรื่องต้นทุน สำหรับการทำแคมเปญในปริมาณที่พอๆกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit) ทั้งสองฝ่าย อาจจะเป็นรูปแบบของการซื้อโฆษณา การทำคอนเทน์ การทำของแจก และอื่นๆ ตัวอย่างที่เราได้ยินอยู่บ่อยๆก็คือ Apple ร่วมกับ U2 ปล่อยเพลงเต็มอัลบั้ม “Songs of Innocence” แบบฟรีๆสำหรับผู้ใช้ iTunes ทั่วโลก หรือการร่วมมือกันระหว่าง Apple เปิดตัว Apple Watch Nike+ ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ในการวิ่งที่สมบูรณ์แบบ นำเสนอ Apple Watch Series และสายนาฬิการุ่นพิเศษ Nike Sport Band เป็นต้น

Apple + Nike

พันธมิตรค้าปลีก (Retail Partnerships)

สำหรับทุกๆแบรนด์ที่มีสินค้าประเภทของกินของใช้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหาช่องทางการกระจายสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด นั่นก็คือการมีคู่ค้าทางธุรกิจที่จะช่วยผลักดันสินค้าของคุณไปสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยผลักดันให้เกิดยอดขาย เช่น การร่วมมือกับเชนซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Tesco ออนไลน์ Marketplace อย่าง Lazada โดยไม่ใช่การเป็นช่องทางการขายสินค้าอย่างเดียว แต่อาจรวมถึงการทำสินค้าเฉพาะกิจแบบ Exclusive ขึ้นมา หรือการทำการตลาดร่วมกัน

สร้างความร่วมมือผ่าน Instagram

Instagram กลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักสำหรับหลายๆแบรนด์จนกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจไปแล้วครับ และตัวอย่างความร่วมมือในการทำการตลาดบน Instagram ก็เช่น การที่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งหรืออาจเป็น Influencer กับ Influencer เข้า Take Over หรือพูดถึงอีกแบรนด์ / Influencer ในแบบต่างๆในช่วงเวลาสั้นๆ อาจเป็นช่วง 1 วัน 1 อาทิตย์ หรือเป็นช่วงเทศกาลสั้นๆ นับเป็นการช่วยเรื่องตลาดและเพิ่มฐานผู้ติดตามของกันและกัน (จะเห็นบ่อยๆกับแบรนด์ต่างประเทศ) การให้ของสมนาคุณ การทำ Referrals และ Affiliate Programs การแนะนำสินค้าและแท็กแบรนด์อื่นๆไปด้วย หรือการออกสินค้าใหม่ๆร่วมกัน

instagram-story-takeover

Source: socialmediaexaminer.com/how-to-run-instagram-story-takeover/

สร้างความร่วมมือระหว่างแบรนด์ (Brand Partnerships)

หากจะเรียกว่า Co-Branding Link ก็ไม่ผิดครับเพราะเป็นหนึ่งในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างแบรนด์ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันที่เป็นไปได้ทุกรูปแบบทั้งความร่วมมือด้านการตลาด รวมไปถึงการร่วมมือด้านการค้าปลีกกันด้วย ซึ่งเป็นลักษณะของการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาว ที่อาจส่งผลต่อการร่วมพัฒนาสินค้าใหม่ๆร่วมกัน หรือการแบ่งปันความคิดดีๆในการทำแคมเปญและสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆ เช่น Impossible Foods แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อที่ทำมาจากพืช (Plant-based meat) ร่วมมือกับแบรนด์อาหารจานด่วนอย่าง Burger King สร้าง Impossible Whopper กับเบอร์เกอร์เนื้อที่มาจากพืช สร้างกระแสคนรักสุขภาพให้เข้ามาอุดหนุนร้าน Burger Kin เพิ่มขึ้น 18.5% เลยทีเดียว

Impossible Foods + Burger King

Source: www.today.com/food/new-burger-king-impossible-whopper-isn-t-vegetarian-t160203

สร้างความร่วมมือผ่านอีเมล์

การเปิดประตูสู่ความร่วมมือทางการตลาดที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง คือการส่งอีเมล์แนะนำธุรกิจรวมถึงข้อเสนอต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่การตัดสินใจครับ วิธีนี้นอกจากจะไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณที่มากมายและยังสามารถอธิบายรวมถึงให้ข้อมูลต่างๆได้อย่างครบถ้วน โดยคุณอาจทำได้โดย

  • เขียนอีเมล์แนะนำตัวว่าคุณคือใคร และทำไมถึงเลือกติดต่อมาหาแบรนด์เพื่อทำธุรกิจด้วย
  • เขียนอีเมล์ชื่นชมผลงานของแบรนด์ที่คุณติดต่อ และนำเสนอการสร้างความร่วมมือดีๆเพื่อพัฒนาแบรนด์ให้เติบโต
  • คำขอที่ต้องการจากความร่วมมือ เช่น ขอความร่วมมือร่วมกันจัดงาน ขอความร่วมมือสนับสนุนของรางวัล ขอความร่วมมือในการแบ่งปันคอนเทนต์ต่างๆ
  • การมอบข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธซึ่งอาจจะเป็นผลประโยชน์ในรูปแบบรายได้ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ หรือการช่วยเพิ่มฐานลูกค้า เป็นต้น

การตลาดแบบ Referrals Marketing

Referrals Marketing ในบางครั้งอาจเรียกว่า Affiliate Marketing หรือการทำการตลาดแบบสร้าง Lead การแนะนำ บอกต่อจนเกิดการซื้อขายสินค้าหรือบริการ แล้วคุณจะได้เป็นส่วนแบ่งกลับมาตามสัดส่วนที่ตกลงกัน ด้วยการสร้างลิงค์หรือแบนเนอร์ผ่านหน้าเว็บไซต์หรือช่องทางต่างๆ ที่ต้องติดตั้งโค้ดเพื่อสามารถตรวจสอบได้ว่าลูกค้านั้นคลิกผ่านเว็บไซต์ของคุณ

affiliate-website-examples

Source: https://stream-seo.com/affiliate-website-examples/

การทำ Content Marketing

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization มีส่วนช่วยให้อันดับเว็บไซต์ของคุณติดหน้าแรกๆของการค้นหาผ่าน Google และมันก็เป็นเรื่องของการเขียนคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การตีพิมพ์คอนเทนต์ในลักษณะ Guest Posting บนบล็อกของเครือข่ายหรือพันธมิตรของแบรนด์คุณ การเขียนคอนเทนต์แสดงความเชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ การทำคอนเทนต์รูปแบบเสียงผ่าน Podcasts หรือบทสัมภาษณ์ในแบบต่างๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างให้เกิด Lead ที่ส่งผลต่อลูกค้าในอนาคต

ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านโฆษณา

การช่วยเหลืองบประมาณในการทำโฆษณาแบบต่างๆร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาในแบบดั้งเดิม (Traditional) โซเชียลมีเดีย และโฆษณาผ่านออนไลน์ ความร่วมมือลักษณะนี้เรามักจะเห็นอย่างชัดเจนกับธุรกิจการเช่าพื้นที่ค้าปลีกครับ เช่น ร้านค้ามาเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าและห้างสรรพสินค้าเองก็ทำการโปรโมทร้านค้า ผ่านสื่อโฆษณาในห้างและอื่นๆเพื่อเข้าถึงลูกค้า เป็นต้น

ดีล / ส่วนลดพิเศษ (Special Deal / Discount)

เราจะเห็นความร่วมมือระหว่างแบรนด์ต่างๆในการทำโปรโมชั่นแบบสุดพิเศษค่อนข้างบ่อยครับ แทบจะเรียกได้ว่าเกือบทุกธุรกิจที่เป็นแบบ B2C และ B2B ในส่วนของธุรกิจด้านการบริการ เช่น แบรนด์ร้านอาหาร แบรนด์เครื่องดื่ม แบรนด์เสื้อผ้า แบรนด์โทรศัพท์มือ แบรนด์คอมพิวเตอร์ แบรนด์ Gadget ต่างๆ แบรนด์ธนาคาร/การเงิน และแบรนด์อื่นๆ ที่จับมือกันทำโปรโมชั่นร่วมกัน อาจเป็นทั้งส่วนลด ของแถม ของรางวัล การมอบสิทธิพิเศษ การสะสมแต้ม โดยทั้ง 2 แบรนด์นั้นต้องไม่ใช่คู่แข่งทางตรงกันครับ

Special Deal - Discount

การสร้าง Email Campaign

ตัวอย่างสุดท้ายก็คือการทำ Email Marketing ที่ยังคงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้ผลในเรื่องของ ROI อยู่เสมอครับ โดยวิธีในการสร้างความร่วมมือง่ายๆ ก็คือ การแชร์ข้อมูลอีเมล์ลูกค้าระหว่างแบรนด์ในรูปแบบการร่วมทำอีเมล์แคมเปญ ด้วยการใส่โฆษณาแบรนด์ของคุณบนอีเมล์แคมเปญของแบรนด์ที่คุณสร้างความร่วมมือไว้ เพื่อให้เกิดการคลิกลิ้งค์ต่อมายัง Landing Page ของคุณ ซึ่งคุณสามารถที่จะคิดไอเดียสร้างสรรค์เพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายนั้นอยากที่จะกดลิ้งค์ได้เช่นกัน

ทั้งหมดเป็นเพียงแค่แนวทางในการทำ Collaborative Marketing สำหรับการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในภาคธุรกิจครับ ซึ่งความร่วมมือเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถตอบได้ทุกโจทย์ของการตลาด โดยมันก็จำเป็นจะต้องใช้กลยุทธ์อื่นๆเข้ามาช่วยส่งเสริมสนับสนุนกัน เพื่อให้เกิดความแข่งแกร่งขึ้นกับแบรนด์ของคุณนั่นเอง


Share to friends


Related Posts

ยุคแห่งการทำ Collab Marketing

Collaboration Marketing คือ กิจกรรมทางการตลาดอย่างหนึ่งที่เป็นการสร้างความร่วมมือในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยอาจเป็นไปได้ทั้งการสนับสนุนเงิน การสนับสนุนทรัพยากร หรือการร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆขึ้นมา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการตลาดที่ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งของฝ่าย (Win-Win Situation)


รู้จักประเภทของ Co-Branding เพื่อเสริมแกร่งให้ธุรกิจ

การทำธุรกิจในทุกๆวันเริ่มมีความยากมากยิ่งขึ้น เพราะการเติบโตของเทคโนโลยีและคู่แข่งรวมถึงความต้องการของลูกค้าในหลากหลายกลุ่ม นักการตลาดก็จำเป็นต้องการกลยุทธ์เมื่อสร้างความแตกต่างและพยายามยึดส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด และหนึ่งในวิธีที่จะช่วยสร้างให้แบรนด์นั้นกลายเป็นที่รู้จักและอยู่ในตลาดได้อย่างยาวนาน นั่นก็คือการเชื่อมสายสัมพันธ์กับแบรนด์อื่นๆเพื่อสร้างให้เกิดความน่าสนใจที่สามารถเพิ่มทั้งฐานลูกค้าเดิมรวมไปถึงฐานลูกค้าใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า Co-Branding นั่นเองครับ



copyright 2024@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์