Silence is Strategy เมื่อการไม่พูดคือหนึ่งในกลยุทธ์การสื่อสารอันชาญฉลาด
เมื่อเราเข้ามาอยู่ในโลกของการสื่อสารเต็มรูปแบบ คนส่วนใหญ่มักจะหวาดกลัวความเงียบ (Silence) และหลายๆคนก็มักรีบร้อนที่จะพูดเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่เกิดขึ้น ในขณะที่แบรนด์ต่างๆมักเกิดอาการตื่นตระหนก เมื่อไม่ได้สื่อสารอะไรออกไปเลย เพราะองค์กรส่วนใหญ่เชื่อว่าหากพวกเขาไม่พูดอะไรเลย พวกเขาจะ “สูญเสียการควบคุมทิศทางของเรื่องราว” ไป แต่ความจริงที่น่าสนใจ ก็คือ ความเงียบ (Silence) ไม่ใช่สิ่งว่างเปล่าเสมอไป ซึ่งก็มักจะถูกตีความในมุมใดมุมหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจหรือเป็นเรื่องบังเอิญ ความเงียบย่อมส่งสารบางอย่างออกไปเสมอ และนั่นก็คือ ที่มาของการที่ความเงียบ (Silence) ได้กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการสื่อสาร (Communication Strategy)
Crisis Communication กับ ความล้มเหลวเพราะพูดก่อนคิดจนธุรกิจพังพินาส
ในยามที่วิกฤตถาโถมเข้ามา สัญชาตญาณแรกขององค์กรส่วนใหญ่ มักเปิดโหมดการโต้ตอบในทันที เพราะหลายๆธุรกิจตระหนักได้ว่าความเงียบนั้นเป็นอันตรายมากขนาดไหน แต่การเร่งรีบเพียงอย่างเดียวก็อาจนำไปสู่ความหายนะได้เช่นกัน เพราะหลายครั้งที่ความเร็วกลายเป็นความลุ่มหลง จนนำไปสู่การออกแถลงการณ์ที่เร่งรีบเกินไป การโหมโพสต์เนื้อหาลงบนโซเชียลมีเดีย หรือการที่ผู้บริหารกดดันให้เกิดการกระทำบางอย่างโดยเร็วที่สุด แต่ทว่าในอดีตที่ผ่านมากลับชี้ให้เห็นความจริงที่น่ากลัวว่า การสื่อสารที่รวดเร็วแต่ขาดทิศทาง มักจะยิ่งซ้ำเติมความเสียหายให้รุนแรงกว่าเดิม เพราะแท้จริงแล้ว การสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication) ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะพูดก่อนเป็นคนแรก
