Crisis Communication กับ ความล้มเหลวเพราะพูดก่อนคิดจนธุรกิจพังพินาส
ในยามที่วิกฤตถาโถมเข้ามา สัญชาตญาณแรกขององค์กรส่วนใหญ่ มักเปิดโหมดการโต้ตอบในทันที เพราะหลายๆธุรกิจตระหนักได้ว่าความเงียบนั้นเป็นอันตรายมากขนาดไหน แต่การเร่งรีบเพียงอย่างเดียวก็อาจนำไปสู่ความหายนะได้เช่นกัน เพราะหลายครั้งที่ความเร็วกลายเป็นความลุ่มหลง จนนำไปสู่การออกแถลงการณ์ที่เร่งรีบเกินไป การโหมโพสต์เนื้อหาลงบนโซเชียลมีเดีย หรือการที่ผู้บริหารกดดันให้เกิดการกระทำบางอย่างโดยเร็วที่สุด แต่ทว่าในอดีตที่ผ่านมากลับชี้ให้เห็นความจริงที่น่ากลัวว่า การสื่อสารที่รวดเร็วแต่ขาดทิศทาง มักจะยิ่งซ้ำเติมความเสียหายให้รุนแรงกว่าเดิม เพราะแท้จริงแล้ว การสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication) ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะพูดก่อนเป็นคนแรก
Agile PR จากการส่งข่าวประชาสัมพันธ์ สู่กลยุทธ์การบริหารชื่อเสียงแบบ Real-Time
แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้ว งานประชาสัมพันธ์ (Public Relations – PR) ไม่ควรเป็นเรื่องที่ล่าช้า แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมา วงการนี้กลับติดหล่มอยู่กับขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อน การตีกรอบเนื้อหาที่ตายตัว และการสื่อสารที่ขาดความยืดหยุ่น ซึ่งอาจเคยใช้ได้ผลในยุคที่ข่าวสารเคลื่อนที่อย่างช้าๆเป็นสัปดาห์ แต่ทว่าในโลกปัจจุบันที่ความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์และธุรกิจ อาจพังทลายลงได้ในระดับนาที การสนทนาทุกอย่างเกิดขึ้นบนพื้นที่สาธารณะและการนิ่งเฉย ถูกตีความว่าเป็นการยอมรับผิดได้เสมอ ดังนั้น การทำ PR แบบเดิมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความล้าสมัย
Corporate vs Brand Communication ความแตกต่างกับพลังแห่งการสื่อสาร
ในโลกของการสื่อสารที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน หลายๆองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะในการแบ่งหรือจัดระเบียบทีมงานหรือหน่วยงานใหม่ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมก็ได้ให้คำปรึกษาหน่วยงานหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไป ซึ่งนั่นก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “การสื่อสารองค์กร” (Corporate Communication) และ “การสื่อสารแบรนด์” (Brand Communication)
