Corporate vs Brand Communication ความแตกต่างกับพลังแห่งการสื่อสาร
ในโลกของการสื่อสารที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน หลายๆองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะในการแบ่งหรือจัดระเบียบทีมงานหรือหน่วยงานใหม่ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมก็ได้ให้คำปรึกษาหน่วยงานหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไป ซึ่งนั่นก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “การสื่อสารองค์กร” (Corporate Communication) และ “การสื่อสารแบรนด์” (Brand Communication)
ขอโทษอย่างไรให้ได้ใจกลับมา (Apology Statements) ศาสตร์แห่งการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อใจ
ในโลกที่ทุกอย่างนั้นแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดความผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตัวของแบรนด์ ธุรกิจ หรือบุคคลทั้งที่เป็นบุคคลสาธารณะ และบุคคลธรรมดาๆ ก็สามารถแพร่กระจายได้บนโลกออนไลน์เพียงแค่เสี้ยววินาที และวิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การจัดการกับ “การขอโทษ” (Apology) ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าความไว้วางใจ ในระยะยาวว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ และการขอโทษนั้นก็ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง โดยการขอโทษในบางรูปแบบก็ให้ความรู้สึกที่ว่างเปล่า บางรูปแบบเป็นการขอโทษที่ดูทางการ ในขณะที่บางรูปแบบดูมีความจริงใจและแสดงถึงความรับผิดชอบ ที่ไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาความโกรธ แต่ยังสามารถสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นใหม่ได้
บทบาทระหว่าง PR vs. Marketing กับความชัดเจนในการสื่อสารแบรนด์
ท่ามกลางสภาวะปัจจุบันที่ทุกสิ่งเชื่อมโยงถึงกันอย่างรวดเร็ว ธุรกิจจำเป็นต้องสื่อสารด้วยความกระจ่าง สม่ำเสมอ และน่าเชื่อถือ โดยเบื้องหลังการดำเนินงานนั้น ก็มีอยู่ 2 หน่วยงานหลักๆ คือ การประชาสัมพันธ์ (Public Relations – PR) และการตลาด (Marketing) ซึ่งต่างก็มีบทบาทในการสื่อสาร (Communicate) สร้างภาพลักษณ์ (Image) และโน้มน้าว (Convince) ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภค
“สื่อสารแบรนด์อย่างมั่นใจ” ผ่าน Media Interview กับเคล็ดลับการสร้าง Brand Spokesperson
ในหลายๆครั้งและหลายๆเหตุการณ์ เราจะเห็น Spokesperson หรือ ผู้ที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารของแบรนด์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อไม่ว่าจะเป็นในงานแถลงข่าว หรือการโทรมาพูดคุยบางประเด็น เพื่อสอบถามข้อมูล ขอความคิดเห็น หรือแม้แต่การวิเคราะห์สถานการณ์ โดยตัวผู้พูดนั้นก็ต้องมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวสินค้า หรือในงานประชุมและงานสัมนา โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องที่ต้องสื่อสารเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤต (Crisis Situation)
วิธีเขียนข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) ให้มีประสิทธิภาพ
สำหรับคนที่ทำสายงานด้านประชาสัมพันธ์ (Public Relations – PR) หรือการสื่อสารองค์กร (Corporate Communication) ก็น่าจะคุ้นเคยกับการติดต่อสื่อสารกับนักข่าวและสื่อมวลชนในธุรกิจต่างๆ และเวลาที่คุณจัดงานแถลงข่าวในแบบต่างๆก็หนีไม่พ้นในเรื่องของการเตรียมเอกสารสำคัญที่เรียกว่า “ข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release)”
อะไรคือ Inbound PR
คำว่า Inbound PR หรือการทำประชาสัมพันธ์แบบดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาหา มีแนวคิดที่คล้ายกับ Inbound Marketing ซึ่งแน่นอนครับว่ามันมาคู่กับโลกออนไลน์ด้วยการดึงดูด (Pull) ด้วยคอนเทนต์หรือหัวข้อที่มีประโยชน์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์หรือธุรกิจกับสื่อในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆไปยังสาธารณชน โดยความสัมพันธ์อันดีที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์หรือธุรกิจเพียงเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกิดโอกาสลูกค้าหรือผู้สนันสนุนในอนาคตแบบระยะยาว
ยุคของ Digital PR
การเติบโตของโลกออนไลน์ได้ทำให้การประชาสัมพันธ์ (Public Relations – PR) ทั้งองค์กร หรือสินค้าและบริการ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากรูปแบบการประชาสัมพันธ์แบบออฟไลน์ เช่น การลงข่าวในหนังสือพิมพ์ การลงข่าวในโทรทัศน์ การแจกข่าวประชาสัมพันธ์ ที่ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานกว่าจะออกมาเป็นเนื้อข่าวให้เราได้เห็น โดยการเข้ามาของโลกดิจิทัลสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการนักประชาสัมพันธ์เลยทีเดียว
7 ขั้นตอนของการทำ Digital PR เชิงกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพ
การประชาสัมพันธ์ได้เปลี่ยนไปสู่ยุคออนไลน์เกือบ 100% เราจะเห็นได้จากการปรับตัวของเอเยนซี่จาก PR เอเยนซี่ที่เคยเป็นรูปแบบออฟไลน์ไปสู่ Online PR Agency และปรับตัวเองให้มีความรู้ด้านดิจิทัลเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าอย่างสูงสุด จากโลกออฟไลน์ได้เปลี่ยนเป็นออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ การทำ PR รูปแบบออนไลน์ให้ทีประสิทธิภาพนั้น ต้องมีการวางแผนเชิงกลยุทธ์มาเป็นอย่างดี ทั้งกระบวนการวางแผน
หลักการทำ PR ที่ดี
การทำ PR หรือประชาสัมพันธ์นั้นไม่ใช่การเขียนข่าวประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่มันคือการส่งมอบคุณค่าบางสิ่งให้กับกลุ่มผู้รับสารหรือลูกค้า การสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง การเข้าไปมีส่วนร่วม รวมไปถึงการเล่าเรื่องราวของแบรนด์ แล้วการทำ PR ที่ดีและสามารถตอบโจทย์ลูกค้านั้นมีอะไรกันบ้าง
