Ethical Consumers เมื่อลูกค้าเลือกแบรนด์จาก “คุณค่า” มากกว่า “ราคา”
ในโลกธุรกิจยุคใหม่ บรรทัดฐานการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ได้เปลี่ยนไปไกลกว่าเรื่องราคา คุณภาพ หรือความสะดวกสบาย แต่พวกเขากลับเริ่มตั้งคำถามถึงรากฐานของแบรนด์ว่า “ธุรกิจนี้มีจุดยืนอย่างไร” มีจรรยาบรรณต่อเพื่อนมนุษย์แค่ไหน และสร้างผลกระทบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง โดยปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงการขยายตัวของกลุ่ม “ผู้บริโภคที่มีจริยธรรม” (Ethical Consumers) ซึ่งใช้ความเชื่อและอุดมการณ์ส่วนตัว เป็นตัวขับเคลื่อนการจับจ่าย มากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอยของสินค้าเพียงอย่างเดียว และสำหรับภาคธุรกิจแล้ว นี่จึงไม่ใช่แค่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความต้องการของผู้บริโภค ครั้งสำคัญที่แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์ตามให้ทัน
ขอโทษอย่างไรให้ได้ใจกลับมา (Apology Statements) ศาสตร์แห่งการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อใจ
ในโลกที่ทุกอย่างนั้นแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดความผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นตัวของแบรนด์ ธุรกิจ หรือบุคคลทั้งที่เป็นบุคคลสาธารณะ และบุคคลธรรมดาๆ ก็สามารถแพร่กระจายได้บนโลกออนไลน์เพียงแค่เสี้ยววินาที และวิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การจัดการกับ “การขอโทษ” (Apology) ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าความไว้วางใจ ในระยะยาวว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ และการขอโทษนั้นก็ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง โดยการขอโทษในบางรูปแบบก็ให้ความรู้สึกที่ว่างเปล่า บางรูปแบบเป็นการขอโทษที่ดูทางการ ในขณะที่บางรูปแบบดูมีความจริงใจและแสดงถึงความรับผิดชอบ ที่ไม่เพียงแค่ช่วยบรรเทาความโกรธ แต่ยังสามารถสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นใหม่ได้
รู้เท่าทัน Greenwashing ภัยเงียบของการสร้างแบรนด์ และการตลาดแบบสีเขียวจอมปลอม
ทุกวันนี้ผู้บริโภคให้คุณค่ากับความยั่งยืน ซึ่งถือว่าพอๆกันกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แบรนด์ต่างๆจึงตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment) จนเราได้เห็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และมีหลากหลายธุรกิจเกิดขึ้นใหม่ ที่มุ่งหน้าไปสู่ความยั่งยืน พร้อมการสื่อสารออกไปว่า “เรากำลังจะมุ่งสู่ความยั่งยืน” เพื่อโลกใบนี้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคำกล่าวอ้างที่ว่าความเป็น “สีเขียว” (Green) นั้นจะเป็นของจริงเสมอไป
