ASMR Environment

นักการตลาดพยายามหาวิธีการสร้างประสบการณ์ดีๆผ่านแคมเปญการตลาดในแบบต่างๆ ที่ผสมผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์และบางอย่างก็นำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบกัน และหนึ่งในประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่ไม่ค่อยเห็นใครใช้กัน นั่นก็คือ การตลาดแบบ ASMR หรือ ASMR Marketing แต่อันที่จริงแล้วการตลาดในลักษณะนี้ก็มีมานานหลายปีแล้วด้วยกันและเริ่มกลายเป็นที่นิยมในประเทศไทย เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าครับว่า ASMR Marketing มันคืออะไร

อะไรคือ ASMR Marketing

ASMR ย่อมาจาก Autonomous Sensory Meridian Response ซึ่งมันก็คือ หนึ่งเทคนิคในการกระตุ้นประสาทสัมผัสให้เกิดความรู้สึกแบบเสียวซ่าน่าพึงพอใจ กระตุ้นปฏิกิริยาร่างกายให้เกิดการตอบสนองโดยอัตโนมัติตั้งแต่ศีรษะผ่านมาสู่คอและกระดูกสันหลัง ผ่านการได้ยินเสียงซ้ำๆ การได้เห็นภาพหรือวีดิโอแบบเดิมซ้ำๆ ซึ่งมันทำให้คุณเกิดความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ถ้าจะบอกว่า ASMR Marketing คือการปลุกประสาทสัมผัสแห่งความเงียบสงบภายในจิตใจก็น่าจะไม่ผิดครับ

จากการศึกษาพบว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมทดลองเกี่ยวกับ ASMR นั้นรู้สึกเสียวซ่าเมื่อได้ยินเสียงคนกระซิบ และแน่นอนว่ามันช่วยให้เกิดการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นจนแบรนด์ต่างๆหันมาเริ่มใช้ ASMR กับการตลาดเพื่อสร้างวีดิโอให้ดึงดูดผู้ชมซึ่งวีดิโอประเภท ASMR นั้นมีเพิ่มมากขึ้นถึง 70% เลยทีเดียว รวมไปถึง Influencer หลายๆคนเริ่มทำคอนเทนต์ในลักษณะ ASMR ที่ใช้การสร้างเสียงต่างๆซ้ำไปซ้ำมาโดยมีทั้งเสียงกระซิบ เสียงพูดเบาๆ การเอาเล็บขูดสิ่งของต่างๆ เสียงขูดขีดด้วยอุปกรณ์ต่างๆ หรือเรียกได้ว่าใส่เสียงจริงๆแบบชัดๆเข้าไปในวีดิโอให้รู้สึกถึงรสสัมผัสทางด้านอารมณ์ไปเลย ตัวอย่างเสียงส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นใน ASMR Marketing ได้แก่ เสียงพากย์แบบกระซิบเบาๆ เสียงทอดอาหาร เสียงผัดอาหาร เสียงน้ำกระทบพื้น เสียงการจัดที่นอน เสียงการเขียนหนังสือ เสียงบรรยากาศบนท้องถนน

ASMR เป็นกลยุทธ์ใหม่สำหรับนักการตลาดที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณจากมุมมองผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ ผสมผสานกับการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าเข้าไปกับการออกแบบคอนเทนต์ให้ออกมาเป็นวีดิโอลักษณะ ASMR แทนที่จะเป็นเพียงการนำเสนอแค่คุณสมบัติของสินค้าหรือบริการทางกายภาพเท่านั้น ผลการสำรวจก็ยังพบว่า Gen Millennials ในช่วงอายุ 18 – 24 ปี มีผู้ชมที่สนใจวีดิโอประเภท ASMR กว่า 50% เลยทีเดียว และหากสังเกตดีๆการใช้เทคนิค ASMR นั้นเราจะไม่ค่อยเห็นการนำเอาเสียงเพลงประกอบหรือ Effect ในงานโฆษณามาใช้สักเท่าไหร่ ซึ่งมันคือการใช้เสน่ห์ของเสียงจากการกระทำต่างๆแบบจริงแท้ครับ

ลองดูตัวอย่างแบรนด์ต่างๆที่นำเอาเทคนิค ASMR มาใช้กันครับ

Oddly IKEA

KFC (Finger-Lickin’ Good Vibes)

BuzzFeed & Zippo

Lynx – Shower and Shave

ฉลาดเกมส์โกงเวอร์ชั่นดูแล้วหลับ – Night Night

แม่นากเวอร์ชั่นดูแล้วหลับ – Night Night

TESLA ASMR EXPERIENCE

ASMR Marketing ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับสำหรับการโปรโมทแบรนด์ ซึ่งมันก็คล้ายกับการสร้างความดึงดูดทางอารมณ์ผ่านเสียงแบบ Real Real ไม่ต้องมีดนตรีประกอบใดๆที่กระตุ้นอารมณ์ที่แปลกไปจากการตลาดแบบอื่นๆที่เราเคยเห็นกัน และมันจะทรงพลังเป็นอย่างมากหากแบรนด์นำมาปรับใช้กับวิธีการนำเสนอให้เข้ากับสินค้าหรือบริการนั่นเองครับ


Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

การตลาดแบบ Relationship Marketing

Relationship Marketing หรือ การตลาดแบบสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ถือเป็นหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับลูกค้ามากกว่าการขายสินค้าหรือบริการแค่ครั้งเดียว เช่น การสร้างความภักดี การสร้างความพึงพอใจ การให้ความสำคัญกับการรักษาลูกค้า


เทคนิคการนำ Fear of Missing Out มาใช้ในการตลาด

Fear of Missing Out หรือ FOMO เป็นอาการของการกลัวการตกเทรนด์หากไม่ได้สิ่งเหล่านั้นมาก็จะรู้สึกนอยด์ๆหรือรู้สึกผิดหวังที่ปล่อยให้โอกาสเหล่านั้นหลุดลอยไปในอากาศ และเป็นกันอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z โดยการทำความเข้าใจกับ FOMO นั้นมันจะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับการทำการตลาดได้เป็นอย่างดี


บันไดสู่การสร้าง Emotional Brand ขั้นสุด

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่สร้างให้ความเชื่อมโยงทางอารมณ์ (Emotional) จะช่วยให้ความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ที่ต้องมีการพัฒนาอย่างเป็นลำดับในการสร้างจากลูกค้าเพื่อเปลี่ยนไปสู่การเป็นมิตรภาพแบบเพื่อนสนิท ไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจสู่การเป็นความจงรักภักดีต่อแบรนด์



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2021@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up