The Local Culture Revival เมื่อผู้บริโภคทั่วโลกหันกลับมาค้นหาความเป็นท้องถิ่น
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ในโลกแห่งโลกาภิวัตน์ดูเหมือนจะผลักดันวัฒนธรรมไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดยเราจะเห็นแบรนด์ระดับโลกแบรนด์เดียวกันในหลายๆประเทศ เทรนด์แฟชั่นแบบเดียวกันกระจายไปตามเมืองใหญ่ โซเชียลมีเดียเดียวกันที่เชื่อมคนนับพันล้านเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง รสนิยม หรือข้าวของเครื่องใช้ ที่ดูเหมือนๆกันไปหมด แต่ตอนนี้เริ่มมีสิ่งน่าสนใจเกิดขึ้นครับ เพราะผู้บริโภคเริ่มกลับมาค้นหาเสน่ห์เฉพาะตัวของวัฒนธรรมตัวเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาหารท้องถิ่น ภาษาถิ่น งานฝีมือดั้งเดิม แฟชั่นระดับภูมิภาค งานดีไซน์พื้นบ้าน เพลงท้องถิ่น ร้านค้าในชุมชน พิธีกรรมทางวัฒนธรรม ไปจนถึงเรื่องเล่าในพื้นที่
Soft Individualism เมื่อคนรุ่นใหม่อยากแตกต่างโดยไม่จำเป็นต้องให้ใครสังเกต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแสดงตัวตนมักผูกติดอยู่กับการสร้างตัวตนให้โดดเด่น และมองเห็นได้ชัดเจนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวให้แตกต่าง การโพสต์ไลฟ์สไตล์ตัวเอง การอวดความสำเร็จ สร้าง Personal Branding การแชร์ความคิดเห็น หรือการไขว่คว้าหายอดผู้ติดตาม ซึ่งสารสำคัญที่แฝงอยู่ภายใต้พฤติกรรมเหล่านี้ คือ การร้องบอกสังคมว่า “มองมาที่ฉันสิ นี่แหละคือสิ่งที่ฉันเป็น” แต่ทว่าในปัจจุบัน กระแสสังคมกำลังเริ่มเปลี่ยนไป โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมใหม่ ที่ผู้คนยังคงต้องการรักษาความมีเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ เพียงแต่ไม่ได้รู้สึกจำเป็นต้องพิสูจน์ หรือประกาศความพิเศษนั้น ให้ใครต่อใครรับรู้อีกต่อไป การแสดงออกในยุคนี้จึงเงียบสงบและมั่นคงกว่าเดิม ด้วยทัศนคติที่ว่า “ฉันรู้ดีว่าตัวฉันเองเป็นใคร”
