The Local Culture Revival เมื่อผู้บริโภคทั่วโลกหันกลับมาค้นหาความเป็นท้องถิ่น
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ในโลกแห่งโลกาภิวัตน์ดูเหมือนจะผลักดันวัฒนธรรมไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดยเราจะเห็นแบรนด์ระดับโลกแบรนด์เดียวกันในหลายๆประเทศ เทรนด์แฟชั่นแบบเดียวกันกระจายไปตามเมืองใหญ่ โซเชียลมีเดียเดียวกันที่เชื่อมคนนับพันล้านเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง รสนิยม หรือข้าวของเครื่องใช้ ที่ดูเหมือนๆกันไปหมด แต่ตอนนี้เริ่มมีสิ่งน่าสนใจเกิดขึ้นครับ เพราะผู้บริโภคเริ่มกลับมาค้นหาเสน่ห์เฉพาะตัวของวัฒนธรรมตัวเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาหารท้องถิ่น ภาษาถิ่น งานฝีมือดั้งเดิม แฟชั่นระดับภูมิภาค งานดีไซน์พื้นบ้าน เพลงท้องถิ่น ร้านค้าในชุมชน พิธีกรรมทางวัฒนธรรม ไปจนถึงเรื่องเล่าในพื้นที่
The Small Joy Culture เมื่อความสุขเล็กๆกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน
การได้ดื่มกาแฟสักแก้วก่อนเริ่มงาน ของว่างคำโปรดระหว่างทางกลับบ้าน อ่านหนังสือเล่มใหม่ ซื้อดอกไม้ช่อเล็กๆ ออกไปเดินเล่นยามบ่าย ฟังเพลงเก่าชวนคิดถึง หรือกินของหวานที่สั่งเพียงเพราะแค่อยากกิน สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยให้วันธรรมดาๆวันหนึ่งรู้สึกดีขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นแนวคิดเบื้องหลังของ “Small Joy Culture” หรือ “วัฒนธรรมสร้างสุขเล็กๆ” ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้คนที่หันมาไขว่คว้าความสุขจากช่วงเวลาสั้นๆ ที่เข้าถึงง่ายและจัดการได้ด้วยตัวเอง มากกว่าการตั้งตารอความสำเร็จหรือเหตุการณ์ใหญ่ๆในชีวิตเพื่อที่จะมีความสุข โดยเฉพาะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ข้อมูลข่าวสารที่เต็มหน้าฟีด ความเหนื่อยล้าจากโลกดิจิทัล และแรงกดดันที่ต้องสำเร็จมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้บริโภคกำลังค้นพบว่าความสุขนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เสมอไป เพราะบางครั้ง แค่ช่วงเวลาเล็กๆมันก็เพียงพอแล้ว
Soft Individualism เมื่อคนรุ่นใหม่อยากแตกต่างโดยไม่จำเป็นต้องให้ใครสังเกต
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแสดงตัวตนมักผูกติดอยู่กับการสร้างตัวตนให้โดดเด่น และมองเห็นได้ชัดเจนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวให้แตกต่าง การโพสต์ไลฟ์สไตล์ตัวเอง การอวดความสำเร็จ สร้าง Personal Branding การแชร์ความคิดเห็น หรือการไขว่คว้าหายอดผู้ติดตาม ซึ่งสารสำคัญที่แฝงอยู่ภายใต้พฤติกรรมเหล่านี้ คือ การร้องบอกสังคมว่า “มองมาที่ฉันสิ นี่แหละคือสิ่งที่ฉันเป็น” แต่ทว่าในปัจจุบัน กระแสสังคมกำลังเริ่มเปลี่ยนไป โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมใหม่ ที่ผู้คนยังคงต้องการรักษาความมีเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ เพียงแต่ไม่ได้รู้สึกจำเป็นต้องพิสูจน์ หรือประกาศความพิเศษนั้น ให้ใครต่อใครรับรู้อีกต่อไป การแสดงออกในยุคนี้จึงเงียบสงบและมั่นคงกว่าเดิม ด้วยทัศนคติที่ว่า “ฉันรู้ดีว่าตัวฉันเองเป็นใคร”
ความแตกต่างระหว่าง Customer, Market, Cultural Insight
ในการพูดคุยด้านการสร้างแบรนด์ (Branding) และการตลาด (Marketing) คำว่า “Insight” หรือ “ข้อมูลเชิงลึก” มักถูกหยิบยกมาใช้อยู่บ่อยครั้ง แต่น้อยนักที่จะมีการจำกัดความอย่างแม่นยำ โดยหลายทีมมักบอกว่าพวกเขามี “ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้า” ทั้งที่จริงมีเพียงข้อสังเกตระดับผิวเผิน หรือมักสับสนระหว่างข้อมูลตลาด กับทิศทางทางกลยุทธ์ที่มีความหมาย และความสับสนนี้เองก็นำไปสู่หนึ่งในความล้มเหลวทางกลยุทธ์ที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งนั่นก็คือ การที่แบรนด์ตัดสินใจบนพื้นฐานความเข้าใจที่ไม่สมบูรณ์
