คิดคอนเทนต์แบบแก้ปัญหาที่แท้จริงด้วย Job-To-Be-Done (JTBD) Content Model
หนึ่งในความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของการทำ Content Marketing ก็คือ การสร้างเนื้อหาตามสิ่งที่เราอยากจะพูด แทนที่จะสร้างเนื้อหาตามสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของเราต้องการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ในการทำคอนเทนต์ และมักจะทำให้ผลลัพธ์นั้นไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และมันก็มีอยู่อีกหนึ่ง Content Marketing Model ที่เรียกว่า Job-To-Be-Done (JTBD) ที่น่าสนใจมากรูปแบบหนึ่ง ในการนำมาคิดคอนเทนต์ที่สามารถแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้
เขียนคอนเทนต์ให้ชัดเจนและดึงดูดใจด้วย 4P Copywriting Formula
ในการเขียนคอนเทนต์และคำโฆษณา การสรา้งความชัดเจน นั้นคือ “พลัง” ส่วนการโน้มน้าวใจ คือ “กระบวนการ” ในการส่งมอบเนื้อหาที่เหมาสมและเป็นประโยชน์ และมันก็มีอีกสูตรการเขียนคอนเทนต์แบบง่ายๆที่น่าสนใจ ที่เรียกกันว่า 4P Copywriting Formula ที่สามารถช่วยนำทางผู้ฟังและผู้อ่านของคุณ ให้ก้าวไปทีละขั้นตอนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อ ทั้งในด้านอารมณ์ (Emotional) และเหตุผล (Rational) ไม่ว่าคุณจะใช้กับขายสินค้า บริการ หรือแม้แต่การออกแบบความคิดในเรื่องต่างๆ
คิดคอนเทนต์แบบมีกลยุทธ์ด้วย Content Pillars Framework
หลายคนอาจจะรู้สึกว่าการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เป็นงานที่ต้องทำไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดสิ้นสุด ทำไปทำมาแล้วดูไม่สอดคล้องดูหลุดความเป็นตัวตน จนทำให้คอนเทนต์ที่สื่อสารออกไป ขาดทั้งจุดยืน ขาดทั้งแนวทาง และขาดทั้งความเชื่อมโยง ซึ่งในความเป็นจริงนั้นคอนเทนต์ที่ทรงพลังต้องมาจากรากฐานที่มั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยแนวทางที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และด้วยการนำ Content Pillars Framework มาช่วย
การเขียน AI Prompts ด้วย PEACE Framework กับการระดมสมองและสร้างสรรค์นวัตกรรม
ในปัจจุบัน “นวัตกรรม” (Innovation) และ “ความคิดสร้างสรรค์” (Creativity) ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในทุกๆอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตาม การระดมสมองเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ หรือการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน ก็มักจะขาดความเป็นระบบในกระบวนการคิด และ PEACE Framework ก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่ง่ายและเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราสามารถระดมสมอง สร้างแนวคิด และสร้างนวัตกรรม ได้อย่างเป็นระบบด้วยความมั่นใจและชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ AI มาเพื่อค้นคว้าหาข้อมูล
วางกลยุทธ์ Content Marketing ด้วยหลัก 7P จากการตั้งเป้าหมายสู่การโปรโมทธุรกิจ
ปัจจุบันเราอยู่บนโลกแห่งคอนเทนต์ที่กำลังล้นทะลัก การสร้างคอนเทนต์ที่ “ดี” เพียงอย่างเดียวอาจไม่มีพลังเพียงพอ แต่จำเป็นต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มี “ทิศทาง” (Direction) “ความลึก” (Depth) และ “ความแตกต่าง” (Differentiation) เพื่อดึงดูดผู้คนให้หันมาสนใจและจดจำแบรนด์ของคุณได้ ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุด และนี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ 7P Framework หรือกรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์
เขียน AI Prompts ให้แม่นยำด้วยสูตร T.R.I.C.K. Framework
การเขียน Prompt ไม่ใช่แค่ “การตั้งคำถาม” เท่านั้น แต่ยังเป็นการให้คำแนะนำที่ชัดเจนพร้อมบริบท การควบคุม และเจตนา โดยหนึ่งในกรอบการเขียน Prompt ที่ใช้งานได้จริงสำหรับงานที่มีโครงสร้าง และเป็นงานที่มีหลากหลายขั้นตอน ก็คือ T.R.I.C.K. Framework ซึ่งช่วยให้คุณออกแบบ Prompt ได้เหมือนกำลังให้ข้อมูลสรุปที่เป็นมืออาชีพ เรามาดูกันครับว่า T.R.I.C.K. นั้นย่อมาจากอะไร ใช้งานอย่างไร และทำไมจึงเป็นเครื่องมือสำคัญ
ออกแบบคอนเทนต์ให้ครบวงจรด้วย Content Lifecycle Model
หากต้องการสร้างคอนเทนต์ให้มีมูลค่าอย่างสม่ำเสมอ คุณต้องปฏิบัติต่อคอนเทนต์นั้นๆให้เหมือนสินทรัพย์ที่มีชีวิต ซึ่งต้องมีการวางแผน บำรุงรักษา อัปเดต และเลิกใช้เมื่อจำเป็น และนั่นก็คือที่มาของคำว่า “รูปแบบวงจรชีวิตของคอนเทนต์” (Content Lifecycle Model) ที่จะช่วยให้นักการตลาด ผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ และแบรนด์ต่างๆ บริหารจัดการคอนเทนต์ได้อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้นตลอดช่วงอายุของคอนเทนต์นั้นๆ
The Golden Circle Model กับการสร้างคอนเทนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมาย
เคยสังเกตไหมครับว่าทำไมคอนเทนต์บางชิ้น ถึงสร้างความภักดีและกระตุ้นการกระทำได้ ในขณะที่บางชิ้นก็หายวับไปกับกระแสต่างๆ และคำตอบก็มักจะอยู่ที่โครงสร้างของข้อความนั่นเองครับ และนั่น คือ จุดที่ The Golden Circle Model สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับคอนเทนต์ได้ โดยวิธีการคิดคอนเทนต์ลักษณะนี้ มักได้รับความนิยมจากเวที TED Talk อันโด่งดังของ Simon Sinek และหนังสือของเขาที่ชื่อว่า “Start With Why”
ให้ AI คิดก่อน Prompts ด้วย REACT Framework
กลับมาอีกบทความกับการเขียน Prompt ซึ่งค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวครับ โดยหากใครที่เขียน Prompt อยู่บ่อยๆก็อาจจะสังเกตเห็นว่า AI มักจะตอบกลับแทบจะทันที โดยไม่มีกระบวนการคิดที่เป็นขั้นเป็นตอนที่ชัดเจน ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ได้คำตอบที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง และมันก็มีอีกกรอบการทำงานที่ชื่อว่า REACT ที่สนับสนุนให้ AI “คิดก่อนลงมือทำ” โดยการใช้เหตุผลแก้ปัญหาทีละขั้นตอน ประเมินข้อมูล ลงมือทำ ตรวจสอบงาน และอธิบายกระบวนการคิดออกมาดังๆ
เขียน AI Prompts ด้วย S.C.Q.A. Framework สูตรการตั้งคำถามและการบอกเล่าเรื่องราว
ศิลปะของการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการเขียน การพูด หรือการแม้แต่การเขียน AI Prompts นั้นมักขึ้นอยู่กับการนำเสนอข้อมูลอย่างมีตรรกะและน่าเชื่อถือ และมันก็อีกโครงสร้างหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีประสิทธิภาพในการจัดระเบียบเรื่องเล่าและการแก้ไขปัญหา ซึ่งนั่นก็คือ S.C.Q.A. Framework โดยโครงสร้างนี้จะนำคุณไปสู่การเริ่มต้นด้วย “บริบท” (Context) แนะนำ “ความท้าทาย” (Challenge) ตั้ง “คำถามสำคัญ” (Key Question) และให้ “แนวทางแก้ไข” (Resolution)
