An_Opened_Book_with_Laptop

คอนเทนต์ที่ดีเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงผู้คนจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง โดยสะพานนั้นไม่ใช่แค่พาไปให้ถึงจุดหมาย แต่ยังต้องทำให้การเดินทางนั้นมีความหมายและน่าจดจำด้วยนั่นเอง และอีกหนึ่ง Content Framework อย่าง BAB Framework ก็คือ แนวคิดการสร้างคอนเทนต์ที่ใช้หลักการนี้ได้อย่างเต็มที่สมบูรณ์แบบ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวาดภาพที่ชัดเจนของปัญหาที่เผชิญอยู่ (Before) นำเสนอภาพอนาคตที่สดใสกว่า (After) และชี้ให้เห็นว่าหนทางที่จะไปถึงจุดนั้นคืออะไร (Bridge) เรามามารู้จักกับหัวใจสำคัญของ BAB Framework ไปพร้อมๆกันในบทความนี้ครับ

BAB Framework คืออะไร

BAB Framework เป็นเครื่องมือในการสร้างคอนเทนต์ที่ทรงพลังและมีจุดมุ่งหมาย โดยใช้หลักการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายเพื่อเชื่อมโยงกับผู้คนในระดับอารมณ์ กรอบแนวคิดนี้ช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์ที่ไม่ได้แค่ให้ข้อมูล แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเกิดความรู้สึกร่วมและอยากลงมือทำ โดยหลักการทำงานของ BAB Framework ก็มี ดังนี้

1. Before (ก่อน)

เริ่มต้นด้วยการสร้างความเข้าใจร่วมกันกับกลุ่มเป้าหมาย โดยคุณต้องเจาะลึกถึงปัญหา ความท้าทาย หรือความไม่พอใจที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ใช่เลย นี่คือ สิ่งที่ฉันกำลังประสบอยู่” การอธิบายภาพ “ก่อน” ให้ชัดเจนจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ และทำให้พวกเขารู้สึกว่าคุณเข้าใจพวกเขาจริงๆ

2. After (หลัง)

หลังจากที่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงปัญหาแล้ว ให้วาดภาพอนาคตที่สดใสและดีขึ้นกว่าเดิม โดยอธิบายให้เห็นว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรเมื่อปัญหาเหล่านั้นหมดไปแล้ว การสร้างภาพ “หลัง” ที่น่าดึงดูด จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความหวังให้กับพวกเขา

3. Bridge (สะพาน)

จุดเชื่อมต่อถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยคุณต้องแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแนวคิดของคุณ คือ “สะพาน” (Bridge) ที่จะพาพวกผู้ฟังจาก “ก่อน” (Before) ไปสู่ “หลัง” (After) ได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น ที่ต้องอธิบายว่าทำไมสิ่งที่คุณเสนอถึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด และจะช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้อย่างไร

BAB Framework นั้นถือเป็นเครื่องมือที่เหมาะกับการเขียนคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบ และอาจสามารถทำให้คุณเขียนคอนเทนต์แบบกระชับได้ภายใน 3 บรรทัด ดังนี้

  • การเขียนโพสต์บน Social Media
  • การเขียนหัวข้อและเนื้อหาในอีเมล์
  • หน้า Landing Pages
  • การเขียนคำโฆษณา
  • การเขียน Video Script
  • การเขียนบทนำบน Blogs
  • การเขียน Case Studies / Testimonials

ตัวอย่างการกำหนดคอนเทนต์ด้วย BAB Framework

1. Before (ก่อน) ความดิ้นรนหรือปัญหาที่กำลังเผชิญ

เริ่มต้นด้วยการเข้าถึงปัญหาหรือสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงได้และเน้นแบบเจาะจง โดยมีเป้าหมาย คือ การสร้างความรู้สึกร่วม เช่น

“คุณนั่งจ้องหน้าจอทั้งวัน และพยายามจะเขียนเนื้อหาบางอย่าง แต่ไม่มีอะไรออกมาเลย”
“ขั้นตอนการบำรุงผิวของคุณดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรได้ผลเอาซะเลย”
“ทั้งนอนดึก ทั้งทำงานไม่ทัน แถมกลยุทธ์การตลาดก็ไม่ชัดเจน”

ในการกำหนด Before ให้ลองกำหนดในลักษณะนี้ดูครับ

  • ใช้คำว่า “คุณ” เพื่อพูดคุยกับผู้ฟังโดยตรง
  • มุ่งเน้นไปที่ความหงุดหงิด ความสับสน หรือความปรารถนาที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม
  • ทำให้เห็นภาพชัดเจนแต่อย่าเกินจริง

2. After (หลัง) ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือสถานะในฝัน

ตอนนี้ให้แสดงให้พวกเขาเห็นว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว และตรงจุดนี้ ก็คือ ผลตอบแทนทางอารมณ์ ความอิสระ ความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และความสุข เช่น

“ตอนนี้ คุณตื่นนอนพร้อมกับแผนที่ชัดเจน และการคิดเนื้อหาก็พรั่งพรูออกมาอย่างง่ายดาย”
“ผิวของคุณเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ และคุณก็ตั้งตารอที่จะบำรุงผิวของตัวเอง”
“ทีมของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นราวกับเครื่องจักร และลูกค้าใหม่ๆก็หลั่งไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ”

ในการกำหนด After ให้ลองกำหนดในลักษณะนี้ดูครับ

  • เน้นย้ำความเรียบง่าย ความโล่งใจ ความสำเร็จ และการควบคุมได้
  • วาดภาพให้เห็นในจินตนาการของพวกเขา
  • ใช้คำที่สื่อถึงอารมณ์เชิงบวก

3. Bridge (สะพาน) หนทางที่จะไปถึงหรือข้อเสนอของคุณ

แสดงให้เห็นถึงจุดที่คุณเชื่อมโยงระหว่าง “ก่อน” (Before) และ “หลัง” (After) ด้วยผลิตภัณฑ์ บริการ หรือข้อมูลเชิงลึกของคุณ เช่น

“นั่นคือเหตุผลที่เราสร้าง [ชื่อผลิตภัณฑ์] ขึ้นมา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา สามารถระดมความคิด เขียน และโพสต์ได้ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาทีต่อวัน”
“ลองใช้ระบบ 3 ขั้นตอนของเราเพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวของคุณ และเห็นผลลัพธ์ได้ในหนึ่งสัปดาห์”
“ปฏิทินการวางแผนเนื้อหาเชิงกลยุทธ์ของเรา จะเปลี่ยนความวุ่นวายให้กลายเป็นความสม่ำเสมอ”

ในการกำหนด Bridge ให้ลองกำหนดในลักษณะนี้ดูครับ

  • มุ่งเน้นที่การนำเสนอทางแก้ไขปัญหา
  • ทำให้สั้นและเรียบง่าย
  • เน้นสิ่งที่ข้อเสนอของคุณช่วยให้ทำได้

ตัวอย่างการเขียนคอนเทนต์ด้วย BAB Framework

Example #1: Productivity App (แอปพลิเคชั่นเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน)

  1. Before (ก่อน)
    “รายการสิ่งที่ต้องทำของคุณไม่มีวันสิ้นสุด คุณรู้สึกท่วมท้นและตามหลังคนอื่นอยู่เสมอ”
  2. After (หลัง)
    “ลองนึกภาพวันที่คุณทำสิ่งที่สำคัญที่สุด 3 อย่างเสร็จตั้งแต่ก่อนเที่ยง และได้พักผ่อนอย่างสบายใจโดยไม่ต้องรู้สึกผิด”
  3. Bridge (สะพาน)
    “นั่นคือเหตุผลที่เราสร้าง [ชื่อแอปฯ] ขึ้นมา มันช่วยให้คุณตัดสิ่งรบกวนออกไปและมุ่งเน้นเฉพาะสิ่งสำคัญเท่านั้น”

“คุณเคยรู้สึกไหมว่ารายการสิ่งที่ต้องทำของคุณไม่มีวันสิ้นสุด คุณตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกท่วมท้น และตาม
หลังคนอื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะพยายามจัดระเบียบอย่างไร ก็ดูเหมือนจะไม่ทันกำหนดเวลาอยู่ดี ลองจินตนาการถึงวันที่คุณสามารถทำสิ่งที่สำคัญที่สุด 3 อย่างเสร็จได้ตั้งแต่ก่อนเที่ยง และได้พักผ่อนช่วงบ่ายอย่างสบายใจโดยไม่ต้อง
รู้สึกผิด นั่นคือเหตุผลที่เราสร้าง [ชื่อแอปฯ] ขึ้นมา และแอปฯนี้เองที่จะช่วยให้คุณตัดสิ่งรบกวนออกไป
และมุ่งเน้นเฉพาะงานที่สำคัญที่สุด เพื่อให้คุณกลับมาควบคุมชีวิต และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง”


Example #2: Fitness Coaching (การฝึกสอนด้านฟิตเนส)

  1. Before (ก่อน)
    “คุณพยายามทำตามแผนการออกกำลังกายที่ทำได้ไม่นาน คุณหมดกำลังใจหลังเมื่อผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์”
  2. After (หลัง)
    “ตอนนี้ กิจวัตรการออกกำลังกายของคุณ เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว และคุณตั้งตารอที่จะได้เคลื่อนไหวร่างกายในทุกๆวัน”
  3. Bridge (สะพาน)
    “การฝึกสอนของฉันนั้นช่วยให้คนทั่วไป สร้างนิสัยที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”

“การเริ่มต้นออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องง่าย แต่การทำอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ท้าทาย คุณอาจเคยลองทำตามแผนการออกกำลังกายที่ดูดี แต่สุดท้ายก็เลิกไปภายในหนึ่งสัปดาห์เพราะขาดแรงจูงใจ ลองจินตนาการว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปแค่ไหนหากกิจวัตรการออกกำลังกายของคุณ นั้นเข้ากับไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว และคุณรู้สึกตั้งตารอที่จะได้เคลื่อนไหวร่างกายในทุกๆวัน นั่นไม่ใช่แค่ความฝัน แต่เป็นสิ่งที่คุณทำได้จริง ด้วยการ Coaching ของฉันที่ช่วยให้คนทั่วไปอย่างคุณสามารถสร้างนิสัยที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างแท้จริงและตลอดไป”


Example #3: Online Course (คอร์สเรียนออนไลน์)

  1. Before (ก่อน)
    “โพสต์ของคุณไม่มีการมีส่วนร่วมเลย ผู้ชมของคุณดูเหมือนจะหายไปหมด”
  2. After (หลัง)
    “คุณได้รับยอดไลค์ ยอดแชร์ และข้อความส่วนตัว (DMs) ทุกวัน จากผู้คนที่สอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอของคุณ”
  3. Bridge (สะพาน)
    “คอร์สของเราจะสอนคุณเกี่ยวกับระบบ 3 ส่วน ที่จะเปลี่ยนเนื้อหาให้กลายเป็นการสนทนา และเปลี่ยนการสนทนาให้เป็นยอดขาย”

“คุณทุ่มเทเวลาไปกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์มากมาย แต่กลับพบว่าโพสต์ของคุณไม่เกิดการมีส่วนร่วมเลย
เหมือนกำลังพูดอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า หากลองจินตนาการถึงภาพที่คุณตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า มีคนจำนวนมากมาคอมเมนต์ กดไลค์ กดแชร์ และส่งข้อความส่วนตัวมาหา เพื่อสอบถามเกี่ยวกับข้อเสนอของคุณ นั่นคือ จุดที่คุณสามารถเปลี่ยนการมีส่วนร่วมให้เป็นยอดขายได้ และคอร์สเรียนของเราจะสอนคุณเกี่ยวกับ…..”


BAB Framework ไม่ใช่แค่เทคนิคการเขียนคอนเทนต์ธรรมดาๆ แต่เป็นวิธีที่จะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในจุดที่พวกเขาเป็นอยู่ ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถไปถึงจุดไหนได้ และนำเสนอเส้นทางที่เป็นไปได้เพื่อก้าวไปข้างหน้านั่นเอง



หากข้อมูลและบทความต่างๆบนเว็บไซต์นี้ ทำให้คุณได้มุมมองใหม่ๆ หรือแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ การตลาด หรือการสื่อสารมากขึ้น และอยากต่อยอดความเข้าใจเหล่านี้ให้ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น ก็สามารถพูดคุยหรือขอคำปรึกษากับผมได้โดยตรงครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ การสอนแบบ Workshop หรือการบรรยายสำหรับทีมและองค์กร ผมยินดีแบ่งปันประสบการณ์จริงจากการทำงาน งานสอน และงานที่ปรึกษา เพื่อช่วยให้คุณหรือทีมของคุณเติบโตอย่างมีทิศทาง และเข้าใจ “หัวใจของแบรนด์และการตลาด” อย่างแท้จริง

📩 Email: thepopticles@gmail.com
📞 โทร / Line ID: 0829151594
📜 อ่านประวัติของผมได้ที่นี่: การสอน การบรรยาย และเรื่องราวที่ผ่านมา


Share to friends


Related Posts

สร้างคอนเทนต์ที่ชวนหลงใหลด้วยหลัก 3-Act Storytelling

หลายๆครั้งเวลาที่เราทำ Content Marketing เรามักจะมุ่งเน้นไปกับสิ่งที่เรากำลังจะขายมากจนเกินไป จนลืมไปว่า “วิธีการเล่าเรื่อง” นั้นก็เป็นหนึ่งแนวทางที่สำคัญ ที่ไม่แพ้กับสาระสำคัญของสินค้าหรือบริการเลย นั่นคือที่มาของ “โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบ 3 องก์” (3-Act Storytelling) ซึ่งถือเป็นกรอบการเล่าเรื่อง ที่มีรากฐานมาจากภาพยนตร์ วรรณกรรม และละครเวที แต่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งสำหรับการตลาด การสร้างแบรนด์ และการสร้างคอนเทนต์


เขียนคอนเทนต์ให้ชัดเจนและดึงดูดใจด้วย 4P Copywriting Formula

ในการเขียนคอนเทนต์และคำโฆษณา การสรา้งความชัดเจน นั้นคือ “พลัง” ส่วนการโน้มน้าวใจ คือ “กระบวนการ” ในการส่งมอบเนื้อหาที่เหมาสมและเป็นประโยชน์ และมันก็มีอีกสูตรการเขียนคอนเทนต์แบบง่ายๆที่น่าสนใจ ที่เรียกกันว่า 4P Copywriting Formula ที่สามารถช่วยนำทางผู้ฟังและผู้อ่านของคุณ ให้ก้าวไปทีละขั้นตอนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อ ทั้งในด้านอารมณ์ (Emotional) และเหตุผล (Rational) ไม่ว่าคุณจะใช้กับขายสินค้า บริการ หรือแม้แต่การออกแบบความคิดในเรื่องต่างๆ


คิดคอนเทนต์แบบแก้ปัญหาที่แท้จริงด้วย Job-To-Be-Done (JTBD) Content Model

หนึ่งในความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของการทำ Content Marketing ก็คือ การสร้างเนื้อหาตามสิ่งที่เราอยากจะพูด แทนที่จะสร้างเนื้อหาตามสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของเราต้องการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ในการทำคอนเทนต์ และมักจะทำให้ผลลัพธ์นั้นไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และมันก็มีอยู่อีกหนึ่ง Content Marketing Model ที่เรียกว่า Job-To-Be-Done (JTBD) ที่น่าสนใจมากรูปแบบหนึ่ง ในการนำมาคิดคอนเทนต์ที่สามารถแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้



triangle
copyright 2026@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
string(0) ""