Branded House vs House of Brands เลือกโครงสร้างแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
การเลือกวาง “สถาปัตยกรรมของแบรนด์” (Brand Architecture) ที่เหมาะสม ถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดขององค์กร เพราะสิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดวางโครงสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวกำหนดว่าลูกค้าจะรับรู้ผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไร ประสิทธิภาพในการขยายธุรกิจจะเป็นไปในทิศทางไหน และความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ในระยะยาวจะเป็นอย่างไร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว องค์กรส่วนใหญ่มักเลือกใช้โมเดลหลัก 2 รูปแบบ ซึ่งได้แก่ Branded House หรือ House of Brands ถึงแม้ทั้ง 2 แนวทางนี้จะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการตลาดได้อย่างทรงพลัง
เบื้องหลัง Branding Strategy ของแบรนด์ระดับโลกที่สร้างความไว้วางใจ (Trust) ให้กับลูกค้ามากที่สุด
ความไว้วางใจ (Trust) คือ หนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่แบรนด์ควรจะมี โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคถูกรายล้อมด้วยคอนเทนต์ทางการตลาด การอวดอ้างสรรพคุณสินค้า และคำมั่นสัญญาของแบรนด์ (Brand Promise) อยู่ตลอดเวลา ทำให้ “ความไว้วางใจ” (Trust) ได้กลายเป็นตัวตัดสินความแตกต่างที่สำคัญที่สุด แม้บริษัทต่างๆอาจแข่งขันกันด้วยนวัตกรรม ราคา หรือความสะดวกสบาย แต่แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว มักจะเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ (Trust) อย่างลึกซึ้งที่สุดจากลูกค้า
รวม 12 รูปแบบของการสร้างแบรนด์ (Branding)
ทุกๆคนน่าจะเข้าใจความสำคัญของการสร้างแบรนด์ (Branding) แล้วนะครับว่ามันมีความสำคัญมากขนาดไหน โดยเฉพาะหากคุณต้องการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง ไม่ต้องการที่จะเข้าไปอยู่ในสงครามด้านราคา (Price War) และที่สำคัญนั่นก็คือการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้บริโภค การสร้างแบรนด์ (Branding)
ข้อผิดพลาดที่ส่งผลเสียต่อ Branding ขององค์กร
การทำ Branding ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในยุคนี้แล้วซึ่งมันนับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญพอๆกับการทำการตลาดในแบบต่างๆ และหลายๆองค์กรก็ได้ใช้งบประมาณในการทำ Branding ค่อนข้างมากเพื่อสร้างให้แบรนด์ของตัวเองนั้นมีความแข็งแกร่งและโดดเด่นกว่าคู่แข่งขันในตลาด ซึ่งมันลงลึกไปถึงเรื่องของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรคุณค่าขององค์กร ที่ไม่ใช่แค่เพียงหน้าตาของโลโก้ สีสัน ตัวหนังสือ หรือ Tagline เก๋ๆเท่านั้น
