แนวทางการออกแบบเว็บไซต์สำหรับ Personal Branding

การสร้าง Personal Brand หรือที่เราเรียกว่าการสร้างแบรนด์บุคคล นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อการโปรโมทตัวเองด้วยความโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นๆ โดยเป็นการสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาซึ่งอาจจะเป็นทั้งความรู้ ความสามารถ ความถนัด และแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่คุณยึดถือ บุคลิกภาพ ลักษณะ รวมไปถึงแนวทางการใช้ชีวิต และเรื่องอื่นๆ ที่จะช่วยส่งเสริมให้กลุ่มคนที่เห็นนั้นชื่นชอบในตัวของคุณ​ เรื่องของ Personal Brand จึงได้ถูกนำมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญสำหรับทั้งคนที่ทำงานอิสระ การเป็น YouTuber การเป็น Influencer การเป็น KOL และยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กรที่คุณทำงานอยู่ได้อีกด้วย

สิ่งสำคัญของการสร้าง Personal Brand ที่นอกเหนือจากการที่คุณต้องสร้างให้ตัวเองโดดเด่นและแตกต่างอย่างชัดเจน คุณยังจำเป็นต้องมีช่องทางในการโปรโมทตัวคุณเองให้กลายเป็นที่รู้จัก ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social Media หรือช่องทางออนไลน์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณ และหนึ่งในช่องทางที่จะช่วยให้ความเป็น Personal Brand นั้นมีความชัดเจนและนำไปต่อยอดธุรกิจของคุณในอนาคต นั่นก็คือ การมีเว็บไซต์ส่วนตัวที่เอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับบอกเล่าเรื่องราวความเป็นตัวของคุณนั่นเอง บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดของการทำเว็บไซต์ที่ดีสำหรับการสร้าง Personal Brand เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะสร้าง Personal Brand ให้กับตัวเองได้นำไปลองทำกันดูครับ

What's next?

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มทำ Personal Brand บนเว็บไซต์

ก่อนที่จะไปดูเทคนิคการออกแบบ Personal Brand Website ผมอยากให้ผู้อ่านได้ยึดหลักทุกอย่างให้ออกมาเป็นแนวคิดเชิงกลยุทธ์ครับ ซึ่งนั่นก็หมายถึง คุณต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะทำเว็บไซต์เพื่อจุดประสงค์อะไร ให้ความสำคัญการเรื่องของคอนเทนต์ ให้ความสำคัญกับเรื่องของการออกแบบ UX/UI คำนึงถึงการทำ SEO/SEM Link ต้องสร้าง Conversion และสามารถวัดผลได้ ซึ่งก็ไม่ต่างจากการทำเว็บไซต์ทั่วไปของธุรกิจและเว็บไซต์พวก E-Commerce ครับ และสิ่งสำคัญอีกอย่าง นั่นก็คือ คุณต้องใส่รายละเอียดต่างๆเหล่านี้บนเว็บไซต์ของคุณ

  • ส่วนหัวของเว็บไซต์ (Header) ควรจะสวยงามดูสบายตา โดยมีโลโก้อยู่ที่มุมซ้ายบน ขวาบน หรือกึ่งกลาง วางเมนูในตำแหน่งเดียวกันทั่วทั้งเว็บไซต์ของคุณ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าแต่ละเมนูนั้นใช้งานได้อยู่เสมอ
  • รูปภาพ (Hero Shot) รูปภาพของตัวคุณที่ใช้บนเว็บไซต์หน้าหลักหน้าแรก ควรจะดูดีที่สามารถดึงดูดผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ไม่ควรเอาภาพอื่นๆจากเว็บต่างๆมาใช้เพราะมันจะดูไม่ใช่ Personal Brand ของคุณเลย
  • ใส่ Call to Action ในแต่ละหน้าโดยตั้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เช่น อยากให้กดปุ่มติดต่อ อยากให้โทรมาพูดคุย อยากให้ส่งอีเมล์ หรือให้กรอกแบบฟอร์มรายละเอียดต่างๆ
  • มีแบบฟอร์ม สำหรับรวบรวมข้อมูลของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ อาจเป็นได้ทั้งการสมัครรับข้อมูลข่าวสาร การส่งข้อความติดต่อ โดยทำเป็นแบบฟอร์มในหน้า Landing page หลัก และควรมีหน้า Contact us ไว้ด้วยเช่นกัน
  • สร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) ด้วยวิธีการต่างๆที่จะช่วยส่งเสริมให้ Personal Brand ของคุณนั้นเป็นที่น่าสนใจ เช่น
    • ประวัติการทำงาน / ความสำเร็จ
    • Testimonials ของลูกค้า
    • รางวัลที่ได้รับ
    • ใบประกาศนียบัตรต่างๆ
    • การเป็นสมาชิกสมาคมหรือชมรมต่างๆ
    • โลโก้สัญลักษณ์หน่วยงานที่รับรองต่างๆ
    • การการันตีจากหน่วยงานต่างๆ
  • ช่องการค้นหา (Site Search) เพื่อให้ผู้ที่สนใจค้นหาเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  • สร้างปุ่ม Share buttons เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ช่องทางการติดต่ออื่นๆหรือหน้าเพจบนโซเชียลมีเดีย เพื่อเพิ่มคนติดตามคุณให้มากยิ่งขึ้น
  • Portfolio ผลงานที่คุณเคยทำโดยอาจทำเป็น Case Study หรือสรุปผลสำเร็จที่เกิดขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนเริ่มทำ Personal Brand บนเว็บไซต์

Source: https://www.entrepreneur.com

นอกจากนั้นในการออกแบบเว็บไซต์ก็มีข้อที่ควรระวัง ที่ไม่ใช่คำนึงแค่ความสวยงานของหน้าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการใช้งานด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างทั้ง 2 ส่วน เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าเยี่ยมชมและผู้ติดตาม ดังนี้

  • เอาสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องใส่บนเว็บไซต์ออกให้หมด
  • จัดเรียงคอนเทนต์และนำเสนอให้เหมาะสม (จัดตามลำดับ / จัดเป็นกลุ่ม) เพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความซับซ้อนในการออกแบบและการใช้ Effect ที่เยอะจนเกินไป เช่น พวกภาพเคลื่อนไหว วีดิโอ หรือเสียงเพลง เพราะอาจทำให้เว็บไซต์สะดุด หรือโหลดช้าได้
  • ใช้สีและรูปภาพที่ง่ายต่อการอ่านโดยไม่ใช้สีเยอะจนเกินไป (2-3 สีกำลังดี)
  • การจัดวางเลย์เอ้าที่อ่านง่ายไม่แน่นจนเกินไป และตัวหนังสือไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป

เทคนิคการออกแบบคอนเทนต์สำหรับ Personal Brand Website ให้ออกมาน่าจดจำ

เรามาดูแบบสรุปกันครับว่าอะไรบ้างที่คุณต้องทำเพื่อให้เว็บไซต์ Personal Brand ของคุณนั้น กลายเป็นเว็บไซต์ที่ส่งเสริมความเป็นแบรนด์บุคคลของคุณ ซึ่งการวางเลย์เอ้าท์แต่ละหน้านั้นไม่ได้จำกัดตายตัว และเมนูแต่ละเมนูนั้นก็ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัวเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบ UX/UI ของแต่ละคน แต่ว่าการนำเสนอคอนเทนต์ภาพรวมนั้นควรจะมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

1. หน้า Homepage

หน้าโฮมเพจหรือหน้าแรก คือ หน้าที่จะนำไปสู่ทุกเรื่องราวและทุกๆหน้าบนเว็บไซต์ของคุณ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่เยี่ยมชมเข้าใจในตัวของคุณมากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • เขียนหัวข้อตัวใหญ่ชัดเจนที่อธิบายถึงตัวคุณ และอยากให้เป้าหมายซึ่งก็คือผู้ที่เข้ามาอ่านได้อะไรกลับไป
  • เขียนคำแนะนำให้กระชับและมีความชัดเจน โดยมุ่งเน้นในสิ่งที่ผู้อ่านนั้นปรารถนาที่อยากจะได้เห็น
  • เขียนคอนเทนต์แบบเล่าเรื่องราว อาจประโยคสั้นๆ หรืออาจเป็น Keyword สั้นๆ ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ใส่รูปภาพโดยอาจเป็นภาพในลักษณะ Portrait ของคุณ หรือภาพที่เล่าเรื่องราวที่คุณอยากจะสื่อสารกับกลุ่มผู้อ่าน

2. เกี่ยวกับตัวคุณ

หน้า About หรือที่เรียกว่าหน้าที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ (ซึ่งหมายถึงตัวของคุณเอง) ซึ่งนับว่าเป็นอีกหน้าหนึ่งบนเว็บไซต์ที่คนค่อนข้างให้ความสนใจมากที่สุด ด้วยการ

  • สร้างความน่าสนใจให้ผู้อ่านอยากรู้จักคุณมากยิ่งขึ้น และพยายามถ่ายทอดหรือส่งมอบสิ่งที่เป็นคุณค่า (Core Values) ของตัวคุณ
  • เขียนในแบบไม่ต้องเป็นทางการมากนัก เขียนให้ดูสบายๆแบบเข้าถึงง่าย
  • สร้างความน่าเชื่อถือและจริงใจโดยไม่ต้องใส่หรือแต่งเติมเนื้อหาให้ดูดีจนเกินจริง
  • ใส่ความสนุกสนานเข้าไปบ้างเพราะว่ามันเป็นเว็บไซต์ที่สะท้อนบุคลิกภาพของคุณด้วยเช่นกัน
  • อาจมีวีดิโอแนะนำ ภาพประกอบ หรือ Quote สั้นๆเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหา เพื่อสร้างให้เกิดความน่าสนใจ

Source: https://www.getresponse.com/blog/personal-website-examples

3. ความน่าเชื่อถือ

เขียนคอนเทนต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวของคุณ ด้วยการแบ่งปัน Success Story อาจจะเป็น Testimonial จากลูกค้า การมี Social Proof หรืออาจจะเป็น Highlight ความสำเร็จของงานที่คุณเคยทำมาในอดีต โดยอาจทำได้ทั้งรูปแบบของ Quote คำพูด การทำเป็นวีดิโอ หรืออธิบายเป็นตัวหนังสือแบบปกติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่สนใจใน Profile ของคุณ

4. Blog Post

ในสมัยนี้การสร้าง Blog หรือ บทความได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้หากคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ซึ่งมันส่งผลดีต่อการทำ SEO ที่ทำให้เว็บคุณติดอันดับต้นๆบน Google ดังนั้นการสร้างเว็บไซต์สำหรับ Personal Brand ก็จำเป็นต้องมีบทความเช่นเดียวกัน โดยบทความที่ว่านั้นอาจจะเป็นคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับงานในสายอาชีพที่คุณกำลังทำอยู่ หรืออาจเป็นความชื่นชอบที่คุณทำเป็นงานอดิเรก และถ่ายทอดเนื้อหาเหล่านั้นลงไปบนบล็อก ซึ่งบทความก็อยู่ที่คุณจะออกแบบเลย์เอ้าท์ให้เหมาะสม โดยควรมีภาพหรือวีดิโอเข้ามาประกอบเพื่อให้บทความนั้นดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

5. เสนออะไรที่พิเศษ

เพื่อสร้างความผูกพันและความรู้สึกดีๆระหว่างคุณกับผู้ที่เข้ามาอ่านข้อมูลบนเว็บไซต์ การนำเสนออะไรแบบฟรีๆที่เป็นประโยชน์แก้ผู้อ่านก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยอาจจะแจกแบบตรงๆหรืออาจมีการให้ตอบคำถามหรือลงทะเทียนเพื่อได้รับของต่างๆ เช่น รับ E-Book ฟรี รับเทคนิคต่างๆฟรี รับข้อมูลอื่นๆฟรี ให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี เป็นต้น

เสนอสิ่งพิเศษ (Freebie)

Source: https://webflow.com/blog/personal-branding-examples

6. รูปแบบคอนเทนต์

การสร้างความน่าสนใจที่จะช่วยสนับสนุนให้กับ Personal Brand ของคุณนั้นเป็นที่ประทับใจผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ การที่คุณนำเอารูปแบบของคอนเทนต์ประเภทต่างๆ มาปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณให้เหมาะสมและลงตัวมากที่สุด โดยอาจทำออกมาได้หลากหลายรูปแบบผสมผสานกันได้ เป็นไปได้ทั้ง

  • Text ล้วนๆ
  • Infographic
  • Video
  • Podcast
  • Slide Show
  • Checklist
  • E-Books
  • Quiz & Game

7. หน้าการติดต่อ

อย่าลืมครับว่าคุณจำเป็นต้องมีช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน เพื่อให้คนที่สนใจใน Profile ของคุณสามารถติดต่อคุณได้อย่างสะดวกสบาย โดยทำเป็นแบบฟอร์มการติดต่อหรือให้ช่องทางการติดต่ออื่นๆ เช่น อีเมล์ เบอร์โทร Line และช่องทาง Social Media อื่นๆ โดยหลักการสร้างหน้า Contact page หรือหน้าการติดต่อนั้น ก็มีดังนี้

  • หน้า Contact Page ก็คือหน้า Landing Page หน้าหนึ่ง ที่ต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบให้ออกมาดูสบายตา
  • ไม่ควรให้ผู้ที่ติดต่อนั้นใส่ข้อมูลเยอะแยะมากมาย ควรมีช่องให้กรอกข้อมูลน้อยที่สุดและเป็นข้อมูลที่จำเป็นก็พอ เช่น ชื่อ เบอร์โทร อีเมล์ หัวข้อที่จะติดต่อ และรายละเอียดที่อยากพูดคุย
  • หากคุณมีสถานที่สำหรับติดต่อก็ควรมีแผนที่ (ทั้งที่เป็นรูปภาพ และที่เป็น Google Map)
Contact us page

Source: https://www.zendesk.com/th/blog/contact-us-page/#georedirect

8. เพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์

สุดท้ายคุณต้องทำให้เว็บไซต์ Personal Brand ของคุณติดอันดับบน Google ให้ได้อันดับต้นๆมากที่สุด ดังนั้นคุณควรให้ความสำคัญกับคอนเทนต์บน Landing Page แต่ละหน้า ด้วยการใส่ Keyword ที่เป็นทั้งรูปแบบ Short-Tail และ Long-Tail รวมไปถึงการใส่ Title Tag และ Page Title ในแต่ละหน้า ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >>> 10 เทคนิคช่วยปรับแต่ง On-page SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ Link เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เว็บไซต์ของคุณ ไปอยู่ในตำแหน่งแรกๆบน Google Search Engine นั่นเอง

ทีนี้ก็ได้เวลาของคุณในการสร้าง Personal Brand Website ที่แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นและความเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณกันแล้ว และอย่าลืมอัพเดทข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่ตลอดนะครับ เพื่อประโยชน์แก่ผู้เยี่ยมชมและผู้ติดตามที่สนใจในตัวคุณนั่นเอง


Share to friends


Related Posts

สร้างเว็บไซต์อย่างไรให้ปัง

เว็บไซต์เป็น Own Media ที่สำคัญที่สุดในการแสดงความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจและการสร้างแบรนด์ ซึ่งแทบจะไม่มีธุรกิจไหนๆในโลกที่จะไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะโลกออนไลน์และโลกดิจิทัลนั้นทำให้พฤติกรรมคนหันมาใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลต่างๆ


10 ประเภทเว็บไซต์กับการใช้งานที่เหมาะสม

การสร้างเว็บไซต์ที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นบนโลกออนไลน์ ซึ่งนั่นส่งผลให้เกิดโอกาสการเข้าชมเว็บไซต์ที่เพิ่มมากขึ้นและเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของคุณ โดยเว็บไซต์นั้นก็มีอยู่หลากหลายแบบและหลากหลายวัตถุประสงค์ ที่คุณจำเป็นต้องรู้จักประเภทธุรกิจที่ทำอยู่และวัตถุประสงค์ของการทำเว็บไซต์ ว่าคุณจะทำขึ้นมาเพื่ออะไรและกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คุณควรจะทำความเข้าใจก่อนที่จะออกแบบเว็บไซต์ให้กับธุรกิจของคุณ


การเลือกสีเพื่อออกแบบเว็บไซต์กับการสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้เยี่ยมชม

เว็บไซต์นับเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญมากที่สุดเครื่องมือหนึ่ง โดยเว็บไซต์นั้นเปรียบเสมือนหน้าบ้านบนโลกออนไลน์ครับ ดังนั้นการออกแบบจึงถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการสร้างประสบการณ์ดีๆให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม หรือที่เรามักจะเรียกว่าการออกแบบ User Experience (UX) หรือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน



copyright 2024@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์