a photo of protesters about no ai voice at graduation of Columbia University

ทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับ AI เรามักจะถกเถียงกันในคำถามเดิมๆว่า “AI จะเก่งขึ้นแค่ไหน” หรือ “AI จะเข้ามาแทนงานอะไรได้บ้าง” แต่ผมคิดว่าคำถามที่น่าสนใจกว่า ก็คือ “มีช่วงเวลาไหนบ้างที่ต่อให้ AI ทำได้ดีเพียงใด เราก็ยังอยากให้มนุษย์เป็นผู้ลงมือทำ” อยู่เสมอ เพราะคุณค่าของบางประสบการณ์ไม่ได้วัดจากความรวดเร็ว ความแม่นยำ หรือประสิทธิภาพ แต่วัดจาก “ความหมาย” ที่ผู้คนมีต่อช่วงเวลานั้น โดยเฉพาะในพิธีรับปริญญาที่อาจเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งแม้ว่าการใช้ AI อ่านชื่อบัณฑิตอาจจะช่วยลดข้อผิดพลาด ในการออกเสียงชื่อจากหลากหลายภาษา แต่สำหรับนักศึกษาและอาจารย์จำนวนไม่น้อยที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) พวกเขากลับมองว่า เทคโนโลยีไม่ควรเข้ามาแทนที่ช่วงเวลาซึ่งเป็นความทรงจำสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต

และนั่นคือเหตุผลที่ ก่อนพิธีรับปริญญาปี 2026 จะเริ่มขึ้น ได้เกิดการประท้วงภายใต้แคมเปญ “No AI Voice at Graduation” เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยยุติการใช้เสียง AI ในการประกาศชื่อบัณฑิตบนเวที เรามาดูรายละเอียดของข่าวจากเว็บไซต์ columbiaspectator.com ในช่วงเดือนพฤษภาคมของปีนี้ กันครับว่าสาเหตุของการประท้วงเกี่ยวกับ AI นั้นมีอะไรกันบ้าง

เสียงตะโกนอย่างกึกก้อง “ไม่เอาเสียง AI บนเวทีรับปริญญา”

ก่อนพิธีรับปริญญาประจำปี 2026 ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) จะเริ่มขึ้น บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความยินดีเพียงอย่างเดียว แต่กำลังกลายเป็นเวทีของการตั้งคำถามครั้งใหญ่เกี่ยวกับบทบาทของ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ในช่วงเวลาที่หลายคนมองว่า “มีความหมายที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต” โดยนักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันรณรงค์ภายใต้ข้อความ “No AI Voice at Graduation” เพื่อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยยุติการใช้ระบบ AI ในการอ่านชื่อบัณฑิตระหว่างพิธีรับปริญญา หลังจากทางมหาวิทยาลัย ตัดสินใจใช้ระบบดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีแต่อยู่ที่ “ความหมาย”

ผู้คัดค้านจำนวนมากยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้ต่อต้าน AI ในทุกบริบท แต่เชื่อว่าพิธีรับปริญญาไม่ใช่พื้นที่ที่ควรลดบทบาทของมนุษย์ลง โดยสำหรับบัณฑิตหลายคน ช่วงเวลาที่ชื่อของตนถูกประกาศต่อหน้าครอบครัว เพื่อน และอาจารย์ คือ ช่วงเวลาที่สะท้อนความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา การให้เสียงสังเคราะห์จาก AI เป็นผู้กล่าวชื่อ “จึงทำให้ช่วงเวลานั้นสูญเสียความอบอุ่นและความเป็นมนุษย์ไปไม่น้อย”

ความกังวลที่ลึกกว่าการอ่านชื่อ

การประท้วงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเสียง AI ในพิธีรับปริญญา แต่ยังสะท้อนความกังวลต่อทิศทางการนำ AI เข้ามาใช้ในมหาวิทยาลัยโดยรวม โดยผู้ร่วมรณรงค์บางส่วนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการตัดสินใจ การพึ่งพาบริษัทเทคโนโลยี และผลกระทบที่ AI อาจมีต่อการศึกษา การจ้างงาน และคุณค่าของแรงงานมนุษย์ในระยะยาว และสำหรับพวกเขา พิธีรับปริญญาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของคำถามที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “เราควรให้ AI เข้ามาแทนที่ประสบการณ์ของมนุษย์มากน้อยแค่ไหน”

ฝั่งมหาวิทยาลัยมองว่า AI ช่วยเรื่องความถูกต้อง

ในอีกด้านหนึ่ง ทางมหาวิทยาลัยยังคงเดินหน้าใช้ระบบ AI โดยให้เหตุผลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยอ่านชื่อของบัณฑิตจากหลากหลายภาษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาดในการออกเสียง และทำให้พิธีดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยพิธีรับปริญญาปี 2026 ยังคงจัดขึ้นตามกำหนด พร้อมใช้ระบบ AI อ่านชื่อเช่นเดิม

เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือแต่กลายเป็นประเด็นทางสังคม

เหตุการณ์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) สะท้อนให้เห็นว่า การถกเถียงเรื่อง AI กำลังเปลี่ยนจากคำถามว่า “AI ทำอะไรได้บ้าง” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “มีเรื่องอะไรบ้างที่ AI ไม่ควรเข้ามาแทนมนุษย์” เพราะแม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ในหลายด้าน แต่สำหรับหลายคน ยังมีบางช่วงเวลาที่คุณค่าของมัน ไม่ได้วัดจากความรวดเร็วหรือความแม่นยำ หากแต่วัดจากความรู้สึก ความทรงจำ และการมีอยู่ของมนุษย์ในช่วงเวลานั้น และดูเหมือนว่า “การเรียกชื่อบัณฑิตบนเวทีรับปริญญา” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการถกเถียงนี้ในยุค AI


ข่าวนี้สะท้อนว่า ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ “AI ทำอะไรได้บ้าง” แต่คือ “อะไรคือสิ่งที่มนุษย์ยังไม่อยากให้ AI เข้ามาแทนที่” เพราะบางครั้ง คุณค่าของประสบการณ์ก็สำคัญไม่แพ้ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี


Source:
https://www.columbiaspectator.com/news/2026/05/18/no-ai-voice-at-graduation-students-and-faculty-protest-columbias-use-of-ai-for-2026-commencement/


หากข้อมูลและบทความต่างๆบนเว็บไซต์นี้ ทำให้คุณได้มุมมองใหม่ๆ หรือแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ การตลาด หรือการสื่อสารมากขึ้น และอยากต่อยอดความเข้าใจเหล่านี้ให้ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น ก็สามารถพูดคุยหรือขอคำปรึกษากับผมได้โดยตรงครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ การสอนแบบ Workshop หรือการบรรยายสำหรับทีมและองค์กร ผมยินดีแบ่งปันประสบการณ์จริงจากการทำงาน งานสอน และงานที่ปรึกษา เพื่อช่วยให้คุณหรือทีมของคุณเติบโตอย่างมีทิศทาง และเข้าใจ “หัวใจของแบรนด์และการตลาด” อย่างแท้จริง

📩 Email: thepopticles@gmail.com
📞 โทร / Line ID: 0829151594
📜 อ่านประวัติของผมได้ที่นี่: การสอน การบรรยาย และเรื่องราวที่ผ่านมา


Share to friends


Related Posts

จับโกหก AI ด้วยตากับวิธีแยกแยะ AI ปลอมๆในยุคแห่งการระบาดของ AI สาย Scam

AI คือ หนึ่งในสุดยอดนวัตกรรมของยุคสมัยนี้ แต่ขณะเดียวกัน มันก็เปิดประตูให้เกิดอาชญากรรมดิจิทัลรูปแบบใหม่ โดยทุกวันนี้มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีอย่าง AI Voice Cloning การใช้ภาพที่สร้างด้วย AI การสร้างวิดีโอ Deepfake และ การสลับใบหน้าด้วย AI เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลจริง โดยหลอกให้เหยื่อโอนเงิน เปิดเผยข้อมูลลับ หรือการคลิกไปสู่ลิงค์อันตรายต่างๆ


AEO vs GEO สมรภูมิใหม่ของการมองเห็นแบรนด์ในยุค AI Search

กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา SEO (Search Engine Optimization) เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของการสร้างตัวตนบนโลกดิจิทัล แบรนด์ต่างๆต่างแข่งขันกันเพื่อชิงอันดับผ่าน Keywords การทำ Backlinks และการพยายามติดอันดับ (Rankings) ในหน้าแรกของ Google แต่ในวันนี้ กฎเกณฑ์ของการค้นหาข้อมูกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการก้าวเข้ามาของระบบการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistants) และคำตอบที่ถูกสร้างขึ้นโดย AI (Generative Answers) ที่ผู้ใช้งานไม่ได้มองหาเพียงแค่ “ลิงค์” อีกต่อไป


บทบาทของ Generative AI ในการวางกลยุทธ์การตลาด

ปัจจุบันแวดวงการตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์” ครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีคิด การสร้างสรรค์ และการแข่งขันในตลาดอย่างสิ้นเชิง โดยหากมองย้อนกลับไป วิวัฒนาการของการตลาดมักจะเติบโตควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเสมอ ตั้งแต่ยุคสิ่งพิมพ์ (Print) สู่ดิจิทัล (Digital) จากการตลาดมวลชน (Mass) สู่การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized) และจากความรู้สึก (Feeling) สู่การตัดสินใจด้วยข้อมูล (Data-Driven) แต่ในวันนี้เราได้ก้าวข้ามจากการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Friven) ไปสู่ “การตลาดที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI” โดยมี Generative AI



triangle
copyright 2026@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์