วัดผลการตลาดอย่างไรในยุค AI เมื่อตัวเลขเดิมๆใช้ไม่ได้อีกต่อไป
เป็นเวลานับทศวรรษที่การวัดผลทางการตลาด ตั้งอยู่บนตรรกะเส้นตรงอันแสนมั่นคง ตั้งแต่ การสร้างการรับรู้ (Awareness) การคลิก (Click) การเปลี่ยนเป็นลูกค้า (Conversion) ไปจนถึงการเกิดรายได้ (Revenue) โดยวนเวียนอยู่กับตัวชี้วัดเดิมๆ อย่าง Impressions, CTR, CPC, ROI และการให้เครดิตตาม Marketing Funnel แต่ทว่าการก้าวเข้ามาของ AI ได้ทำลายเส้นตรงสายนี้ลงอย่างสิ้นเชิง เพราะในยุคปัจจุบัน การตัดสินใจเกิดขึ้นร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร เส้นทางของผู้บริโภคมีความยืดหยุ่น แม่นยำ และปรับเปลี่ยนตามบริบทเฉพาะบุคคลได้ในทันที ส่งผลให้มูลค่าที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เห็นผลในทันทีหรือระบุที่มาได้ง่ายๆอีกต่อไป
บทบาทของ Generative AI ในการวางกลยุทธ์การตลาด
ปัจจุบันแวดวงการตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์” ครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีคิด การสร้างสรรค์ และการแข่งขันในตลาดอย่างสิ้นเชิง โดยหากมองย้อนกลับไป วิวัฒนาการของการตลาดมักจะเติบโตควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเสมอ ตั้งแต่ยุคสิ่งพิมพ์ (Print) สู่ดิจิทัล (Digital) จากการตลาดมวลชน (Mass) สู่การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Personalized) และจากความรู้สึก (Feeling) สู่การตัดสินใจด้วยข้อมูล (Data-Driven) แต่ในวันนี้เราได้ก้าวข้ามจากการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Friven) ไปสู่ “การตลาดที่เสริมประสิทธิภาพด้วย AI” โดยมี Generative AI
สร้างโลกแห่งประสบการณ์ให้กับแบรนด์ด้วย Immersive Experience
หากคุณต้องดึงดูดความสนใจของผู้คนในปัจจุบัน การทำอะไรแบบเดิมๆอาจไม่ได้ตอบโจทย์อีกต่อไป เพราะผู้บริโภคในยุคใหม่ไม่ได้ต้องการการถูกยัดเยียด ด้วยการขายเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องการการเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง และนี่คือจุดที่การสร้าง “ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำ” (Immersive Experience) ได้กลายมาเป็นอาวุธที่สำคัญของการสร้างแบรนด์ (Branding) ตั้งแต่การออกแบบที่กระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Design)
