ความต่างระหว่าง Brand Extension กับ Line Extension (Brand Extension vs Line Extension)

ในการทำธุรกิจก็ต้องมีการต่อยอดหรือขยับขยายธุรกิจ เพื่อการเติบโตและหาช่องทางในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น และหนึ่งในกลยุทธ์ที่หลายๆแบรนด์ใช้ในการบริหารจัดการให้แบรนด์สามารถขยายประเภทสินค้าหรือบริการออกมา แล้วสามารถตอบสนองเป้าหมายของธุรกิจ และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างลงตัว กลยุทธ์หนึ่งในนั้น คือ การทำ Brand Extension และ Line Extension เรามาดูกันครับว่าทั้ง 2 กลยุทธ์นั้นเป็นอย่างไรและมีประโยชน์ในการช่วยธุรกิจอย่างไรบ้าง

Brand Extension

การขยายแบรนด์โดยการตั้งชื่อแบรนด์ให้กับสินค้าในประเภทหรือหมวดหมู่ใหม่ ซึ่งประเภทของสินค้าที่ตั้งขึ้นมาใหม่นั้นอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าประเภทเดิมของแบรนด์ที่เคยทำอยู่ หรืออาจเป็นประเภทสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องเลยก็ได้ โดยแบรนด์ไหนที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งและประสบความสำเร็จมาก่อนหน้านั้นแล้ว จะช่วยให้แบรนด์นั้นเปิดตัวสินค้าใหม่ในประเภทหรือหมวดหมู่ใหม่ๆได้ง่ายยิ่งขึ้น วัตถุประสงค์หลักๆของกลยุทธ์นี้ก็เพื่อการบุกตลาดใหม่ ตัวอย่างแบรนด์ที่เราได้ชัดๆในตลาด คือ

Nike's Products

Source: www.7s-shop.com/D-nike-womens-basketball.html

  • Nike โดยสินค้าหลักของ Nike คือ รองเท้ากีฬา แต่ก็ขยายแบรนด์ตัวเองออกมาเป็นเสื้อกีฬา แว่นกันแดด ลูกฟุตบอล ลูกบาสเก็ตบอล รวมไปถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกอล์ฟ โดยยังเชื่อมโยงกับแบรนด์หลักอย่าง Nike ได้เป็นอย่างดี  อีกตัวอย่าง คือ
Mars Brownie

Source: suessigkeiten-shop.com/produkt/mars-brownie-32x-51g-im-karton/

  • Mars แบรนด์ช็อคโกแลตแบบแท่ง ที่ไม่ได้ขายแค่ช็อคโกแลตแบบแท่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังขายไอศครีม เครื่องดื่มรสช็อคโกแลต และช็อคโกแลตแบบแผ่น และที่โดดเด่นในเรื่องนี้ คือ

Source: www.logodesignlove.com/stretching-the-virgin-logo

  • Virgin แบรนด์ที่ถือกำเนิดจากธุรกิจการทำค่ายเพลง และแตกแขนงออกมาทำทั้ง ฟิตเนส สายการบิน ธุรกิจค้าปลีก โทรศัพท์มือถือ และอีกกว่า 400 ธุรกิจ และหากเราจะเรียก Brand Extension ว่าเป็น Category Extension นั้น ก็ดูจะไม่ผิดแปลก

ในการขยายแบรนด์ไปยังประเภทหรือหมวดหมู่สินค้าใหม่นั้น หากผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้าสามารถหาความเชื่อมโยง หรือรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของแบรนด์หลักได้ ก็ไม่ยากที่พวกเค้าจะหันมาสนับสนุนสินค้าประเภทใหม่ภายใต้แบรนด์นั้นๆ การขยายแบรนด์ออกไปจากประเภทหรือหมวดหมู่สินค้าหลักนั้น ยังสร้างให้เกิดประโยชน์ในด้านของการประเมินโอกาสในขยายประเภทสินค้า ทรัพยากรต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ ความเสี่ยงก็จะไม่สูงรวมถึงยังช่วยวัดความเกี่ยวข้องและความดึงดูดของตัวแบรนด์ได้อีกด้วย

ประโยชน์ของ Brand Extension

  • ช่วยส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์ (Brand Image) ให้กับแบรนด์
  • ความเสี่ยงเกี่ยวกับแบรนด์ในสายตาของผู้บริโภคน้อยลง เนื่องจากความเชื่อมั่นในแบรนด์หลัก
  • โอกาสในการทดลองซื้อหรือใช้สินค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้บริโภคจะอยากลองอะไรใหม่ๆที่แบรนด์สรรหามาให้
  • โอกาสในการใช้งบประมาณโฆษณา หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายลดลง เนื่องจากชื่อเสียงของแบรนด์หลักสามารถช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกันได้
  • ต้นทุนในการพัฒนาแบรนด์ใหม่ มีแนวโน้มลดต่ำลง
  • ผู้บริโภคได้พบกับความหลากหลายที่มากขึ้น

Line Extension

การขยายประเภทหรือหมวดหมู่สินค้าโดยยังคงใช้ชื่อแบรนด์เดิม ที่นำเสนอสินค้าหรือบริการใหม่ๆภายใต้ประเภทหรือหมวดหมู่สินค้าเดิม ที่มุ่งหมายไปยังการตอบวัตถุประสงค์ด้านการตลาดในการเพิ่มสัดส่วนยอดขาย ที่มีผลมาจากความต้องการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคและอาจรวมไปถึงการช่วยพยุงยอดขายของสินค้าในประเภทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น Coke และ Pepsi ที่ออกมาหลายรสชาติ ทั้ง Coke Vanilla, Diet Coke, Coke Light, Coke Zero, Pepsi Max, Pepsi Raspberry, Pepsi Sakura

Coke Line Extension

Source: www.talkingretail.com/products-news/soft-drinks/coca-cola-launches-new-tv-campaign-06-05-2015/

แบรนด์รถยนต์ก็เป็นตัวอย่างของ Line Extension เป็นอย่างดี เช่น Mercedes Benz ที่ออกมาหลายรุ่นทั้ง A-Class, E-Class, C-Class หรือ Apple ที่มีทั้ง MacBook Air, MacBook Pro ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการขยายสินค้าภายใต้ประเภทเดิมของแบรนด์ การขยายสินค้าแบบ Line Extension นั้นก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างออกไป ซึ่งต้องมาจากการวางแผนเป็นอย่างดีและต้องมาจากการตั้งวัตถุประสงค์ของธุรกิจที่ชัดเจน

Benz Line Extension

Source: www.mercedes-benz.co.th

ประโยชน์ของ Line Extension

  • สร้างโอกาสให้เกิดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าหรือบริการ มาลองสิ่งใหม่ๆที่มีความหลากหลายมากขึ้น
  • โอกาสที่จะได้พื้นที่ในชั้นวางสินค้า ในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกัน ซึ่งช่วยให้เกิดการขยายฐานตลาดรวมไปถึงส่วนแบ่งทางการตลาด
  • หากแบรนด์นั้นสามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคหรือลูกค้าแล้ว มันจะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาสินค้า ในกลุ่มประเภทเดียวกันได้
  • Line Extension ยังมีส่วนช่วยให้คงความภักดีต่อแบรนด์ได้ เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าที่มีความพิเศษมากขึ้น เค้าจะมองหาสินค้าจากแบรนด์ของเราที่เคยให้มาก่อน ก่อนที่จะมองหาจากคู่แข่ง ดังนั้นการขยายสายผลิตภัณฑ์ของแบรนด์เราก็ต้องคงไว้ซึ่งคุณภาพเช่นเดียวกัน
  • กุมความได้เปรียบทางการแข่งขัน เนื่องจากมีความหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกมากขึ้น

กลยุทธ์ทั้ง Brand Extension และ Line Extension นั้น ความสำคัญอยู่ในเรื่องของการสร้างความชัดเจนในตัวตนของแบรนด์ วัตถุประสงค์และแผนการทำธุรกิจ ที่จะช่วยให้กลยุทธ์ทั้ง 2 แบบนี้ประสบความสำเร็จ และในทางกลับกันหากวิธีดังกล่าวไม่สามารถทำให้เชื่อมโยงหรือสอดคล้องกันกับแบรนด์หลักได้ ก็อาจทำให้การขยายแบรนด์หรือสินค้าและบริการนั้นล้มเหลวก็ได้ ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือ กลยุทธ์ทั้ง 2 แบบนี้ก็สามารถใช้ร่วมกันได้เช่นเดียวกันนะครับ บางแบรนด์ก็ผสมผสานกลยุทธ์ทั้ง 2 แบบนี้เข้าไว้ด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง และมีฐานลูกค้าที่แน่นมากทีเดียวครับ


Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

รู้จัก Brand Architecture หรือสถาปัตยกรรมของแบรนด์

Brand Architecture หรือโครงสร้าง หรือสถาปัตยกรรมของแบรนด์ ค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ดูสลับซับซ้อน ที่มีความคล้ายกับโครงสร้างขององค์กรที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่ทำให้เราเห็นการทำงานของฝ่ายต่างๆ และหน้าที่ความรับผิดชอบในสายงานนั้นๆ


ภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image)

ลูกค้าในยุคปัจจุบันมักจะมองหาสิ่งที่เหมือน หรือสะท้อนความเป็นตัวตนที่ใกล้เคียงกับบุคลิกภาพของเขา ดังนั้น การแสดงออกถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นตัวตนของกลุ่มลูกค้าได้ ก็จะกลายเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ


บันได 3 ขั้น ของการสร้างแบรนด์

สำหรับใครที่กำลังคิดจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง ลองมาดูกันสักนิดว่ากว่าจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของการสร้างแบรนด์ เราต้องเจอกับขั้นตอนอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2020@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up