เมื่อ No Brand กลายเป็น New Status กับจิตวิทยาเบื้องหลังการไม่ซื้อของแพง

ปรากฏการณ์ที่เรากำลังเห็นบ่อยขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ก็คือ การยืนมองกระเป๋าหรูหรือสนีกเกอร์แพงๆ โดยถึงแม้ลึกๆแล้วจะชอบและอยากได้ แต่ด้วยงบที่ไม่พอหรือไม่ก็ไม่อยากจ่ายแพงขนาดนั้น และแทนที่จะยอมรับตรงๆว่า “ไม่มีเงินซื้อ” พวกเขากลับเปลี่ยนวิธีพูดเป็น “ทำไมต้องจ่ายแพงแค่ค่าโลโก้” หรือ “ซื้อของถูกกว่าฉลาดกว่าเยอะ” โดยหากมองเผินๆแล้วมันก็อาจดูเหมือนว่าแค่ความชอบที่เปลี่ยนไป แต่หากเรามองในมุมจิตวิทยานั้น เราจะเริ่มพบคำตอบครับว่า พวกเขากำลังเปลี่ยนความคิดเพื่อปกป้องความรู้สึกตัวเอง โดยเปลี่ยนเรื่องเล่าในหัวจาก “ฉันซื้อไม่ไหว” เป็น “ฉันเลือกที่จะไม่ซื้อ” จนกลายเป็น “การไม่ใช้ของแพง แปลว่าฉันฉลาด” ซึ่งถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจมาก ในฐานะนักการตลาดและการสร้างแบรนด์


Illusory Superiority กับเหตุผลที่เราคิดว่า…ตัวเองเก่งกว่าคนอื่นๆ

คุณเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนขับรถที่ดีกว่าคนอื่น ตัดสินใจได้ฉลาดกว่า หรือมีคุณธรรมมากกว่าคนส่วนใหญ่บ้างไหม หากใช่ คุณก็อาจไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนั้นครับ โดยความคิดที่เกิดขึ้นนี้เราเรียกกันว่า Illusory Superiority หรือที่รู้จักกันในชื่อ “อคติจากการคิดว่าตัวเองดีกว่า” ซึ่งเป็นอคติทางความคิดที่พบได้บ่อย โดยคนเรามักจะประเมินคุณสมบัติ และความสามารถของตัวเองสูงเกินไปเมื่อเทียบกับคนอื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องของความบิดเบือนอย่างเป็นระบบ


Self-Serving Bias เมื่อเรามองโลกในมุมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง

คุณเคยสังเกตไหมว่าคนเรา มักจะยกความดีความชอบให้กับความสำเร็จของตัวเอง แต่กลับโทษปัจจัยภายนอกเมื่อล้มเหลว ตัวอย่างเช่น หากคุณสอบได้คะแนนดีเยี่ยม คุณอาจคิดว่าเป็นเพราะคุณอ่านหนังสือหนักหรือเป็นคนฉลาด แต่ถ้าคุณสอบตกขึ้นมาเมื่อไหร่คุณอาจโทษว่าข้อสอบยากหรือเป็นเพราะความโชคร้าย รูปแบบทางจิตวิทยานี้เราเรียกว่า “ความลำเอียงที่เข้าข้างตัวเอง” (Self-Serving Bias) ซึ่งเป็นหนึ่งในอคติทางความคิดที่บุคคล จะอ้างเหตุผลว่าความสำเร็จของตนเองมาจากปัจจัยภายใน


triangle
copyright 2026@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์