
Business Model Canvas หรือการเขียนแผนธุรกิจบนผืนผ้าใบ คือ เครื่องมือที่จะช่วยให้เราเข้าใจรูปแบบธุรกิจได้อย่างตรงไปตรงมาและมีโครงสร้าง การใช้ผืนผ้าใบนี้จะนำไปสู่ความเข้าใจเกี่ยวกับลูกค้าอย่างแท้จริง การเสนอคุณค่าของธุรกิจ ช่องทางการสื่อสารกับลูกค้า ความสัมพันธ์กับลูกค้า รูปแบบการทำธุรกิจของเราเป็นอย่างไร และยังสามารถใช้เพื่อทำความเข้าใจธุรกิจของคู่แข่งได้อีกด้วย โดยโมเดลนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Alexander Osterwalder แห่ง Strategyzer เรามาดูกันครับว่า Business Model Canvas มีอะไรกันบ้าง

1. กลุ่มลูกค้า (Customer Segmentation)
ลูกค้าทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา โดยเรียงลำดับที่สำคัญที่สุดไล่ลำดับลงมาเพื่อที่จะรู้ว่าเราควรให้ความสำคัญกับกลุ่มใดเป็นพิเศษ และควรจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เป็นระเบียบและเห็นภาพที่ชัดเจน
2. การเสนอคุณค่า (Value Propositions)
เราต้องการให้สินค้าและบริการของเรา สร้างประสบการณ์หรือส่งผลต่อลูกค้าอย่างไร เช่น ช่วยแก้ปัญหา ช่วยเติมเต็มความต้องการ ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ
3. ช่องทาง (Channels)
เราสามารถส่งข้อมูลสินค้าหรือบริการ และติดต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางไหนได้บ้าง เช่น อีเมล์ เว็บไซต์ โซเชียล มีเดีย
4. ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationships)
เราจะรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในรูปแบบใดบ้าง ทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การพูดคุยทางโทรศัพท์ การตอบอีเมล์ การคุยผ่านไลน์ และจะทำอย่างไรเพื่อรักษาลูกค้าและขยายฐานลูกค้า อาทิ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ
5. กระแสรายได้ (Revenue Streams)
เราจะมีรายได้เข้ามาจากลูกค้ากลุ่มไหน หรือธุรกิจประเภทไหนจำนวนเท่าไรบ้าง รวมถึงค่าบริการต่างๆด้วย
6. ทรัพยากรหลัก (Key Resources)
สิ่งจำเป็นเพื่อใช้ในการสร้างคุณค่าของธุรกิจทั้งบุคลากร และวัตถุดิบต่างๆ เช่น โรงงาน เครื่องจักร ระบบสารสนเทศ คอมพิวเตอร์
7. กิจกรรมหลัก (Key Activities)
อะไรคือสิ่งที่ธุรกิจเราต้องทำเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินการต่อไป ซึ่งแต่ละธุรกิจก็จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น หากเป็นธุรกิจด้านการขายของต่างๆก็จำเป็นต้องมี การจัดกิจกรรมทางการตลาด การขายสินค้าแบบออนไลน์ การออกบู้ทประชาสัมพันธ์
8. พาร์ทเนอร์หลัก (Key Partners)
ใครบ้างที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจของเราทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งการมีพาร์ทเนอร์จะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น เช่น สมาคมต่างๆ ซัพพลายเออร์ ร้านค้า ธนาคาร
9. โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure)
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำธุรกิจของเรา เช่น ค่าบุคลากร ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าเช่าที่ดิน ค่าเช่าออฟฟิศ ค่าบำรุงรักษาต่างๆ
หากเราไม่รู้ว่าควรจะเริ่มที่ตรงไหน เราสามารถดูได้จากคู่แข่งของเราและลองกำหนดในแบบของเราดู ระดมสมองจากทีมงานสัก 2-3 คน แล้วลองวาดแผนธุรกิจดูกันครับ แล้วเราจะเห็นภาพรวมของธุรกิจเรารวมถึงอุตสาหกรรมที่เราอยู่ เพื่อให้ง่ายในการดำเนินธุรกิจต่อไป
Cover photo by createsima from FreeImages
หากข้อมูลและบทความต่างๆบนเว็บไซต์นี้ ทำให้คุณได้มุมมองใหม่ๆ หรือแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์ การตลาด หรือการสื่อสารมากขึ้น
และอยากต่อยอดความเข้าใจเหล่านี้ให้ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น
ก็สามารถพูดคุยหรือขอคำปรึกษากับผมได้โดยตรงครับ
ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ การสอนแบบ Workshop
หรือการบรรยายสำหรับทีมและองค์กร
ผมยินดีแบ่งปันประสบการณ์จริงจากการทำงาน งานสอน และงานที่ปรึกษา
เพื่อช่วยให้คุณหรือทีมของคุณเติบโตอย่างมีทิศทาง
และเข้าใจ “หัวใจของแบรนด์และการตลาด” อย่างแท้จริง
📩 Email: thepopticles@gmail.com
📞 โทร / Line ID: 0829151594
📜 อ่านประวัติของผมได้ที่นี่: การสอน การบรรยาย และเรื่องราวที่ผ่านมา
