เมื่อ AI ช่วยกำหนดราคาลูกค้าจะยังเชื่อมั่นในแบรนด์หรือไม่
มีอีกหนึ่งข่าวคราวที่ผมคิดว่าน่าสนใจเกี่ยวกับการนำ AI มาใช้ในธุรกิจครับ ซึ่งนั่นคือ การที่ AI ไม่ได้เข้ามาเป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงานหรือสร้างคอนเทนต์ แต่กำลังเข้าไปมีบทบาทกับเรื่องที่ใกล้ตัวผู้บริโภคอย่าง “ราคาสินค้า” ด้วย และผมได้ไปอ่านเจอรายงานข่าวจาก Associated Press (AP) ที่พูดถึงความกังวลของผู้บริโภคในสหรัฐฯต่อการใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลเพื่อช่วยกำหนดราคาสินค้า ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าติดตามมาก เพราะในมุมของธุรกิจ เทคโนโลยีนี้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลกำไร แต่ในมุมของผู้บริโภค มันอาจนำไปสู่คำถามเรื่องความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
กลยุทธ์แบบ Dynamic Pricing ศิลปะการตั้งราคาเพื่อข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
โลกของการตลาดและการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน ถือว่ามีการแข่งขันกันสูงและขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเป็นหลัก ทำให้ “ราคา” (Price) กลายเป็นตัวเลขที่คงที่อีกต่อไป แต่คือ กลยุทธ์ที่มีชีวิตซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมลูกค้า คู่แข่ง บริบท และช่วงเวลาต่างๆ และนี่ก็คือ หัวใจสำคัญของ “การตั้งราคาแบบยืดหยุ่น” (Dynamic Pricing) ซึ่งจากเดิมที่เคยจำกัดอยู่เพียงในธุรกิจสายการบินหรือโรงแรม แต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นเครื่องยนต์หลัก ในการสร้างการเติบโตให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น E-Commerce บริการเรียกรถผ่านแอป ธุรกิจซอฟต์แวร์ (SaaS) การจัดอีเวนท์ การค้าปลีก โลจิสติกส์ ไปจนถึงการบริการแบบ B2B
ขายให้ตรงใจลูกค้าหลายกลุ่มด้วยกลยุทธ์ Tiered Pricing “ยิ่งเลือกได้ ยิ่งขายดี”
เวลาที่เรามองหาสินค้าหรือบริการสักอย่างหนึ่ง สิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดเรื่องหนึ่ง ก็คือ การถูกเสนอแพ็กเกจหรือราคาในแบบเดียวที่ถูกบังคับว่า “ต้องเอาทั้งหมด” ทั้งๆที่ความต้องการ และงบประมาณของคนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางทีเราแค่อยากได้ฟีเจอร์พื้นฐานในราคาที่สมเหตุสมผล หรือบางทีเราก็พร้อมที่จ่ายเพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้คุณสมบัติพิเศษบางอย่าง ที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราจริงๆ
กลยุทธ์การตั้งราคาสินค้า (Strategy of Pricing)
การตั้งราคาขาย (Pricing) นับเป็นสิ่งที่ยากสำหรับคนที่เริ่มทำธุรกิจใดๆก็ตาม ตั้งแต่พ่อค้าแม่ค้าจนไปถึงธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ในบทความนี้ได้รวมวิธีการตั้งราคาขายสินค้าที่สามารถเอาไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลายเป็นเรื่องง่ายดาย
