Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ Nike

Nike ก่อตั้งในปี 1964 โดย บิลล์ บาวเวอร์แมน (Bill Bowerman) และฟิล ไนท์ (Phil Knight) ในชื่อ Blue Ribbon Sports และเริ่มนำเข้ารองเท้าวิ่งจากประเทศญี่ปุ่น ในปี 1971 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Nike ซึ่งมาจากชื่อเทพีแห่งชัยชนะของกรีก และได้เปิดตัวโลโก้ Swoosh ที่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น ในช่วงปลายทศวรรษ 1970s และ 1980s, Nike ได้ขยายตลาดไปทั่วโลกและได้รับความนิยมอย่างสูง จากการดึงนักกีฬาชื่อดังๆมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมถึงการเปิดตัวแคมเปญ “Just Do It”


Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ IKEA

IKEA เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1943 โดย Ingvar Kamprad ที่ประเทศสวีเดน ที่เริ่มธุรกิจจากขายสินค้าทางไปรษณีย์ขนาดเล็ก ที่ขายของใช้ในครัวเรือนราคาไม่แพง ในปี 1958 นั้น IKEA ก็ได้เปิดร้านโชว์รูมแห่งแรก ซึ่งปฏิวัติแนวคิดการค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแบบแบน (Flat-packed) ซึ่งลูกค้าสามารถประกอบเองที่บ้านได้ ซึ่งทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูมีสไตล์ ใช้งานได้จริง และราคาไม่แพง


Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ McDonald’s

แมคโดนัลด์ (McDonald’s) ก่อตั้งขึ้นในปี 1940 โดยสองพี่น้องริชาร์ด และ มัวริซ แมคโดนัลด์ (Richard and Maurice McDonald) โดยเริ่มต้นจากการเป็นร้านบาร์บีคิวเล็กๆ ในเมืองซานเบอร์นาร์ดิโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นร้านขายแฮมเบอร์เกอร์ที่ใช้ระบบ “Speedee Service System” ในช่วงปี 1948 McDonald’s ถือว่าเป็นแบรนด์ที่เติบโตอย่างแท้จริง เมื่อเรย์ คร็อก (Ray Kroc) ซึ่งเป็นตัวแทนแฟรนไชส์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในปี 1955 และได้ซื้อกิจการทั้งหมดมา ทำให้ McDonald’s กลายเป็นหนึ่งในเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกในที่สุดในช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจุบัน McDonald’s


Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ Disney+

Disney+ เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2019 ในฐานะธุรกิจบริการวีดิโอสตรีมมิง (Video Streaming) แบบ “เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง” หรือ Direct-to-Consumer (D2C) ซึ่งเป็นแบรนด์ของบริษัท The Walt Disney Company การสร้างแพลตฟอร์มนี้เป็นกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภูมิทัศน์ของสื่อที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งโทรทัศน์แบบดั้งเดิมกำลังถูกกลืนกินจากแพลตฟอร์มออนไลน์แบบ On-demand เช่น Netflix และ Amazon Prime Video โดยก่อนหน้านั้น Disney มีทรัพย์สินที่เป็นคอนเทนต์อันแข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Pixar, Marvel, Star Wars, National Geographic


Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ LEGO

ความได้เปรียบในการแข่งขันของ LEGO อยู่ที่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นอมตะ ความเป็นมรดกของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการปรับตัว ด้วยตัวต่อที่เป็นเอกลักษณ์สามารถจดจำได้ทั่วโลก และมอบความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด LEGO ยังเชี่ยวชาญศิลปะแห่งการร่วมมือและการขอลิขสิทธิ์ โดยเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยม ซึ่งดึงดูดแฟนๆทั่วโลก


ถอดรหัส Brand DNA กับจุดเริ่มต้นของความแตกต่างอย่างแท้จริง

ในโลกของการสร้างแบรนด์ (Branding) การมี Brand DNA ที่โดดเด่นและชัดเจนนั้น แสดงให้เห็นถึงการมีแก่นแท้ของแบรนด์ (Brand Essence) ในระดับพื้นฐานที่สุด ที่เป็นตัวกำหนดเอกลักษณ์ ลักษณะ และคุณสมบัติโดยเฉพาะ สามารถแปลเปลี่ยนเป็นพลังในการขับเคลื่อนธุรกิจให้แตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้นำทางธุรกิจ และหากคุณต้องการให้องค์กรของตนเติบโตอย่างยั่งยืน ก็จำเป็นต้องมีการสร้าง Brand DNA ที่แข็งแกร่ง


ความแตกต่างระหว่าง Brand Values กับ Core Values กับประโยชน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ

ธุรกิจจำนวนมากประสบปัญหาในการกำหนดคุณค่าของตนเอง (Values) โดยมักสับสนระหว่างคุณค่าของแบรนด์ (Brand Values) กับ คุณค่าหลัก / ค่านิยม (Core Values) รวมถึงองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์อื่นๆ และเป็นคำถามสำคัญทุกครั้งเวลาผมสอนเรื่อง Branding ที่ยากมากว่าจะแยกระหว่าง 2 คำนี้อย่างไร เพราะมันมีความเชื่อมโยงกันแต่ก็มีบทบาทที่แตกต่างกัน ในการกำหนดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และการรับรู้ของลูกค้า


พลังของ Brand Promise กับการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า

ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน แบรนด์จำเป็นต้องทำมากกว่าการขายสินค้าและบริการ พวกเขาต้องสร้างความไว้วางใจ (Trust) สร้างความภักดี (Loyalty) และมอบประสบการณ์ (Experience) ที่สอดคล้องกันกับคำมั่นสัญญาของแบรนด์ (Brand Promise) ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ไว้กับลูกค้า ที่กำหนดความคาดหวังและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพวกเขา คำมั่นสัญญานี้เป็นมากกว่าคำขวัญหรือสโลแกน แต่เป็นหัวใจสำคัญของสิ่งที่ธุรกิจเป็นอยู่ และประสบการณ์ที่พวกเขาส่งมอบให้กับลูกค้า


ต้นทุนที่เจ็บปวดของการละเลยเรื่อง Employee Engagement

พนักงานของคุณไม่ได้เป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินงานของธุรกิจเท่านั้น แต่พวกเขาคือหัวใจของการทำธุรกิจของแบรนด์คุณ พนักงานที่มีส่วนร่วมจะกลายเป็นทูตของแบรนด์ตามธรรมชาติ (Brand Ambassador) ถ่ายทอดคำมั่นสัญญาของแบรนด์ (Brand Promise) และสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้า (Customer Experience) ในทางกลับกัน หากพนักงานที่ไม่มีส่วนร่วมกับแบรนด์ก็มีโอกาสทำลายชื่อเสียงของแบรนด์ได้เร็วยิ่งกว่าวิกฤติใดๆ


ทำความรู้จักกับคำว่า Core Values

Core Values หรือคุณค่าหลักนับเป็นพื้นฐานที่สำคัญของทั้งการใช้ชีวิตรวมไปถึงการบริหารองค์กร ที่กลายเป็นจุดยึดโยงระหว่างแบรนด์หรือธุรกิจกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า โดย Core Values ที่แข็งแกร่งนั้นจะช่วยให้รากฐานขององค์กรนั้นมีประสิทธิภาพ และยังช่วยกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรนั้นเกิดพลังในการทำงานเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดใ


triangle
copyright 2026@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์