วิธีสร้าง Brand Voice ให้คนเชื่อและตัดสินใจซื้อสินค้า
เป็นเวลาหลายปีที่น้ำเสียงที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ หรือ Brand Voice ถูกมองว่าเป็นเพียงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมักจะถูกส่งต่อให้บรรดา Copywriter หรือ Content Creator จัดการหลังจากวางกลยุทธ์เสร็จสิ้นแล้ว แต่วิธีคิดแบบเดิมในลักษณะนี้ก็คงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะ Brand Voice ไม่ใช่แค่ของตกแต่ง แต่เป็น “กลไกสำคัญในการสร้าง Conversion” หรือการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้เป็นลูกค้าได้เช่นกัน เพราะผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมีลักษณะนั้นมีความ อ่อนไหวต่อระดับน้ำเสียงเป็นอย่างมาก
AEO vs GEO สมรภูมิใหม่ของการมองเห็นแบรนด์ในยุค AI Search
กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา SEO (Search Engine Optimization) เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของการสร้างตัวตนบนโลกดิจิทัล แบรนด์ต่างๆต่างแข่งขันกันเพื่อชิงอันดับผ่าน Keywords การทำ Backlinks และการพยายามติดอันดับ (Rankings) ในหน้าแรกของ Google แต่ในวันนี้ กฎเกณฑ์ของการค้นหาข้อมูกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการก้าวเข้ามาของระบบการค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistants) และคำตอบที่ถูกสร้างขึ้นโดย AI (Generative Answers) ที่ผู้ใช้งานไม่ได้มองหาเพียงแค่ “ลิงค์” อีกต่อไป
ไอเดียการคิดหัวข้อ Content สำหรับวันหยุดของไทยให้กับธุรกิจ
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชีวิตชีวาที่สุดในโลก โดยเฉพาะในเรื่องของวันหยุด (Holiday) ซึ่งนอกเหนือจากการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมแล้ว วันหยุดแต่ละวันยังสื่อถึง อารมณ์ ความคิดของผู้บริโภค รวมถึงโอกาสทางการตลาด และสำหรับแบรนด์ นักการตลาด และนักวางแผนคอนเทนต์ ก็สามารถเปลี่ยนวันหยุดทุกวันให้กลายเป็น ช่วงเวลาของสร้างคอนเทนต์ที่ทรงพลัง ที่ช่วยเพิ่มการรับรู้ สร้างการมีส่วนร่วม หรือแม้กระทั่งยอดขาย
วิธีประยุกต์ใช้ Viral Trend มาสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์
การที่อะไรบางอย่างกลายเป็น Viral ดูเหมือนเป็นความใฝ่ฝันของนักการตลาดทุกคน เนื่องจากมีคนดู คอมเมนต์ และการแชร์ต่อ ที่หลั่งไหลเข้ามาหาแบรนด์ของคุณนับแสนล้านครั้งในชั่วข้ามคืน แต่บ่อยๆครั้งการที่อะไรที่มันมาเร็วๆก็หายไปเร็วเช่นกัน คำถามที่แท้จริง คือ “จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่กระแสนั้นจางหายไป” หลายแบรนด์ได้คว้าโอกาสจากกระแส Viral เอาไว้ได้ แต่ก็ล้มเหลวในการเปลี่ยนให้เป็นคุณค่าของแบรนด์ (Brand Values)
สร้างคอนเทนต์แบบมีความหมายด้วย Content Honeycomb Model
การเขียนเนื้อหาหรือสร้างคอนเทนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เฉพาะเรื่องของ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) หรือการเล่าเรื่อง (Storytelling) เท่านั้น แต่คือ การตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ด้วยวิธีที่เป็นระเบียบ มีกลยุทธ์ และใช้งานได้จริง และนั่นก็คือ เหตุผลที่ “โมเดลรังผึ้งเนื้อหา” (Content Honeycomb Model) ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งกรอบแนวคิดที่สิ่งสำคัญ ที่สามารถใช้เพื่อพลิกเกมสำหรับผู้สร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creator)
FAB Model กับการนำเสนอคอนเทนต์เพื่อขายสินค้า
เมื่อกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ยินเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ คำถามแรกที่พวกเขาถามจากจิตใต้สำนึก ก็คือ “แล้วไงต่อ” และถึงแม้ว่าคุณอาจจะบอกพวกเขาว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าหากคุณไม่เชื่อมโยงมัน ให้เข้ากับวิธีที่ผลิตภัณฑ์ของคุณสามารถช่วยพวกเขาเป็นการส่วนตัวได้ คุณก็อาจจะเสียกลุ่มเป้าหมายนั้นๆไป ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม FAB Model จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับการทำ Content Marketing
จาก SEO สู่ GEO กลยุทธ์ใหม่ของการทำคอนเทนต์แบบให้ AI หยิบไปตอบ
ตอนนี้เรากำลังไปสู่ยุคของ Generative Engine Optimization (GEO) หรือ “ระบบค้นหาคำตอบที่ขับเคลื่อนด้วย AI” ที่สามารถค้นพบเนื้อหาได้ในทันที โดยเป้าหมายของ GEO ไม่ใช่แค่ให้หน้าเว็บไซต์ของคุณปรากฏในหน้าแรกเท่านั้น แต่คือการ “ให้เนื้อหาของคุณถูกรวมอยู่ในคำตอบนั้นๆเอง และเราจะมาเรียนรู้ถึงเรื่องของ Generative Engine Optimization (GEO) กันในบทความนี้ครับ
คิดคอนเทนต์บนเว็บไซต์แบบเชื่อมโยงด้วย Hub-and-Spoke Model
ในบทความนี้ผมขอเสนออีกหนึ่งวิธีคิด เพื่อจัดโครงสร้างและวางกลยุทธ์การทำ Content โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังออกแบบเนื้อหาในแต่ละหน้าบนเว็บไซต์ ให้เติบโตเหมือนการวางแผนผังความคิด (Mind Map) ที่มีการเชื่อมโยง และง่ายต่อการค้นหา ที่ชื่อ Hub-and-Spoke Model
สร้างคอนเทนต์เพื่อเปลี่ยนใจผู้ซื้อด้วย BAB Framework
คอนเทนต์ที่ดีเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงผู้คนจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง โดยสะพานนั้นไม่ใช่แค่พาไปให้ถึงจุดหมาย แต่ยังต้องทำให้การเดินทางนั้นมีความหมายและน่าจดจำด้วยนั่นเอง และอีกหนึ่ง Content Framework อย่าง BAB Framework ก็คือ แนวคิดการสร้างคอนเทนต์ที่ใช้หลักการนี้ได้อย่างเต็มที่สมบูรณ์แบบ
เขียนคอนเทนต์ให้ชัดเจนและดึงดูดใจด้วย 4P Copywriting Formula
ในการเขียนคอนเทนต์และคำโฆษณา การสรา้งความชัดเจน นั้นคือ “พลัง” ส่วนการโน้มน้าวใจ คือ “กระบวนการ” ในการส่งมอบเนื้อหาที่เหมาสมและเป็นประโยชน์ และมันก็มีอีกสูตรการเขียนคอนเทนต์แบบง่ายๆที่น่าสนใจ ที่เรียกกันว่า 4P Copywriting Formula ที่สามารถช่วยนำทางผู้ฟังและผู้อ่านของคุณ ให้ก้าวไปทีละขั้นตอนตลอดเส้นทางการตัดสินใจซื้อ ทั้งในด้านอารมณ์ (Emotional) และเหตุผล (Rational) ไม่ว่าคุณจะใช้กับขายสินค้า บริการ หรือแม้แต่การออกแบบความคิดในเรื่องต่างๆ
