ถอดรหัสกลยุทธ์ Luxury Brand ของ Louis Vuitton กับศิลปะแห่งการสร้างความต้องการ
ความหรูหราในมุมมองของ Louis Vuitton ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสินค้าราคาสูง การใช้วัสดุพรีเมียม หรือการออกแบบที่สง่างามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แบรนด์ดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบที่ซับซ้อนกว่านั้น โดยเน้นการสร้าง “คุณค่าในความรู้สึก” ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของอรรถประโยชน์ในการใช้งานทั่วไป Louis Vuitton ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ทรงพลังที่สุดในการพิสูจน์ว่า แบรนด์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ขายกระเป๋า
Case Study: Louis Vuitton กับการทำ Business Model Canvas (BMC)
หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) หรือที่รู้จักกันในชื่อ LV ก่อตั้งขึ้นในปี 1854 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศษ นับเป็นหนึ่งในแบรนด์แฟชั่นหรูหราที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และเป็นที่รู้จักในด้านงานฝีมือ (Craftsmanship) ความเป็นเอกสิทธิ์ (Exclusivity) และนวัตกรรม (Innovation) สำหรับ LV นั้นก็ถือเป็นแบรนด์เรือธง (Flagship) ของ LVMH (Louis Vuitton Moët Hennessy)
เบื้องหลังความหมายของชื่อและโลโก้ Fashion Luxury Brands
ในโลกของแฟชั่นแห่งความหรูหรา (Fashion Luxury Brands) การสร้างแบรนด์เป็นมากกว่าแค่คำว่า “สุนทรียศาสตร์” (Aesthetics) แต่มันคือ การแสดงถึงมรดกตกทอด (Heritage) ความทรงพลัง (Power) และจุดมุ่งหมาย (Purpose) ชื่อที่สื่อถึงตำนาน (Naming) โลโก้ (Logo) ที่แสดงถึงภาพลักษณ์ สีสัน (Colors) ที่กระตุ้นอารมณ์ ทุกแบบอักษร (Typography) รูปร่าง (Shapes) และการออกแบบ (Design) ล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจอย่างลึกซึ้ง แบรนด์แฟชั่นที่โดดเด่นที่สุดในโลก จะไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ แต่พวกเขากำลังขายความหมาย (Meaning) และความเชื่อมโยงบางอย่าง (Association) นั่นเอง
Case Study : กลยุทธ์การตลาดของ Louis Vuitton
Louis Vitton ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 1854 โดยเป็นแบรนด์เครื่องแต่งกายที่หรูหรารวมถึงเครื่องประดับแฟชั่นที่ทันสมัย ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาดเสื้อผ้า เครื่องหนัง นาฬิกา รองเท้า แว่นตากันแดด รวมไปถึงเครื่องประดับต่างๆ Louis Vitton นั้นมีสาขามากกว่า 500 สาขา ในมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
