Vision หรือวิสัยทัศน์นั้นเกิดมาจากใคร

Vision Statement หรือคำกล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์หรือองค์กร ซึ่งมันคือแนวทางที่แสดงออกให้เห็นถึงการที่จะไปสู่เป้าหมายของแบรนด์หรือการทำธุรกิจ ผ่านคำพูดหรือข้อความและมีการสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกๆฝ่าย (Stakeholders) ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้าทางธุรกิจ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น สื่อมวลชน และคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง Vision Statement นั้นเป็นการอธิบายถึงผลลัพธ์ในระยะยาวที่แบรนด์นั้นวางเป้าหมายเอาไว้ นับเป็นระดับที่เรียกว่าสูงสุดขององค์กรเลยก็ว่าได้ครับ โดยถ้าไม่มีการกำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนแบรนด์และการทำธุรกิจก็อาจจะกลายเป็นเหมือนกับเรือที่ไม่มีหางเสือไม่รู้ว่าปลายทางที่เราทำกันอยู่มันคืออะไร ซึ่งมันก็อาจจะทำให้ทั้งองค์กรนั้นล้มลงอย่างไม่เป็นท่าเลยก็ได้ และเราจะมาเรียนรู้กันครับว่าการเขียน Vision Statement ให้มีประสิทธิภาพและทรงพลังนั้นมันมีหลักการอย่างไร

Vision หรือวิสัยทัศน์นั้นเกิดมาจากใคร

ขั้นตอนแรกของการสร้างแบรนด์และการเริ่มทำธุรกิจนั้นต้องมาจากการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) ออกมาให้ได้ ซึ่งมันต้องสอดรับและสนับสนุนกับ Brand Purpose หรือเป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ด้วยเช่นกัน หากเป็นในสมัยก่อนที่เป็นรูปแบบธุรกิจใหญ่โตมีทีมและโครงสร้างองค์กรที่หลากหลายฝ่าย ก็คงต้องบอกว่ามันเป็นบทบาทหน้าที่ของระดับเจ้าของธุรกิจหรือ CEO ในการเขียนวิสัยทัศน์ขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางในการทำธุรกิจ ซึ่งแน่นอนครับว่ามันเป็นการตั้งวิสัยทัศน์ในลักษณะของการสื่อสารแบบบนลงล่าง (Top-Down Communication) โดยพนักงานก็รับนโยบายต่อมาเพื่อนำมาปฏิบัติผ่านพันธกิจ (Mission) และตามแผนงานของแต่ละแผนกที่ได้วางไว้ แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของธุรกิจรวมถึงแนวทางของการสร้างแบรนด์ที่เริ่มมีมากขึ้น ทำให้หลายๆแบรนด์และหลายๆธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้วยการให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นศูนย์กลาง (Employee-Centric) ที่จะช่วยให้ทั้งบรรยากาศในการทำงานและผลงานที่ออกมานั้นกลายเป็นเรื่องของการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร ทำให้ทุกคนเห็นตรงกันและรู้ว่าควรทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายอะไร และมันจะกลายเป็นแรงผลักดันให้ประสบความสำเร็จมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าเมื่อเทียบกับการวาง Vision ในแบบอดีต และหลายๆครั้งเราจะเห็นการนำเอาความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาปรับใช้กับการวาง Vision ด้วยเช่นกัน

การสร้าง Vision สมัยใหม่ต้องมาจากแนวคิด Employee Centric

เขียน Vision Statement ให้แตกต่างอย่างทรงพลัง

การสร้างวิสัยทัศน์ (Vision) ให้กับแบรนด์ให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นอาจดูแล้วยากและกินเวลาในการทำงานมากจนเกินไป ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งประดิษฐ์ประดอยคำให้มันสวยหรูเพื่อทำให้มันดูสมบูรณ์แบบขนาดนั้นครับ แค่เพียงแต่นำข้อมูลต่างๆที่คุณมีอยู่มาร้อยเรียงและสร้างแนวทางที่เหมาะสมกับคุณมันจะทำให้ Vision นั้นออกมาดูดีกว่าครับ เรามาดูกันครับว่ามีกี่ข้อที่จำเป็นต้องรู้ในการนำมาเขียน Vision Statement กันบ้าง

1. Vision Statement นั้นควรจะกระชับได้ใจความ

Vision Statement ไม่ควรเป็นอะไรที่เวิ่นเว้อหรือยาวจนเกินไปจนทำให้จับใจความสำคัญอะไรไม่ได้เลย เรากำลังพูดถึงความยาวเพียวแค่หนึ่งประโยคหรือไม่ควรเกินสองประโยคซึ่งดูมีความเหมาะสม เพราะคุณต้องการให้คนที่อ่านทั้งคนในองค์กรรวมถึงลูกค้านั้นจดจำได้อย่างขึ้นใจและที่สำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจในความหมายที่สื่อออกมาด้วย โดย Vision Statement นั้นก็จำเป็นต้องจับใจคนอ่านด้วยเช่นกัน คำถามต่อมาที่อาจเกิดขึ้นก็คือ Vision Statement นั้นสามารถเขียนให้ยาวกว่า 2 บรรทัดได้ไหม จริงๆแล้วก็ได้ครับแต่ควรเก็บไว้เป็น Version สำหรับการขยายความที่อาจใช้สื่อสารในองค์กร อาจจะมีอยู่ใน Brand Guideline หรือคำอธิบายบนเว็บไซต์เพื่อให้อ่านต่อ ส่วนหากจะสื่อสารกับคนทั่วไปอาจต้องมี Version สั้นๆได้ใจความมาใช้แทน

2. เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

นอกจากความกระชับได้ใจความแล้วความเรียบง่ายก็เป็นพื้นฐานที่ทำให้การสร้างแบรนด์นั้นกลายเป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเขียน Vision Statement นั้นไม่ควรสร้างให้สลับซับซ้อนไม่ต้องให้คนอ่านนั้นตีความเยอะ และต้องมีพลังพอที่จะทำให้ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจดจำได้ขึ้นใจ ซึ่งความทรงพลังนั้นจะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้คนในองค์กรช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างไม่ยากเย็น

3. Vision Statement ไม่ใช่การขายของ

Vision Statement ไม่ควรใส่ข้อมูลสินค้าหรือบริการไปแบบตรงๆเพราะ Vision มีลักษณะของการสร้างการโน้มน้าวใจให้คนที่เห็นนั้นเกิดความหวังว่าจะได้รับในสิ่งแบรนด์หรือธุรกิจจะมอบให้ในระยะยาว อย่าใส่ข้อมูลสินค้าแบบ Hard Sales เพราะมันจะทำให้ลูกค้านั้นรู้สึกว่าถูกยัดเยียดตั้งแต่แรกเริ่มโดยที่ยังไม่รู้จักแบรนด์ของคุณเลย

4. ซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา

Vision Statement มาจากผลรวมของการแสดงออกถึงแบรนด์และธุรกิจของคุณในทุกมิติ ตั้งแต่กระบวนการผลิต คุณภาพสินค้า การบริการ การบริหารองค์กร พนักงาน การดูแลลูกค้า ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ล้วนแล้วแต่ถูกนำมาหลอมรวมอยู่ใน Vision ทั้งสิ้น ดังนั้น Vision Statement จะต้องสะท้อนถึงความแท้จริงของแบรนด์ที่ต้องไม่ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่ไว้วางใจหรือเกิดคำถามขึ้นในใจ

5. สะท้อนในสิ่งที่ตัวเองเป็น

อย่าพยายามสร้างอะไรที่มันสวยหรูเกิดกว่าศักยภาพของตัวเองที่สามารถทำได้ และไม่ทำให้ความคาดหวังของลูกค้านั้นพังทลาย อย่าพยายามสื่อสารอะไรออกไปในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเราซึ่งนั่นหมายถึงคุณต้องเข้าใจในแบรนด์ เป้าหมาย และธุรกิจของคุณเป็นอย่างดี

ฺVision Statement ต้องสะท้อนในสิ่งที่ตัวเองเป็น

6. มีคุณค่าซ่อนอยู่ภายใน

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าวิสัยทัศน์ (Vision) นั้นควรมีความแตกต่างและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ซึ่งมันคือการนำเสนอคุณค่า (Values) ของสิ่งที่แบรนด์จะมอบให้กับลูกค้ารวมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนอื่นๆ คุณค่าที่ทรงพลังนั้นต้องสามารถขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ได้อย่างแข็งแกร่งและทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงสิ่งที่แบรนด์จะมอบให้ พนักงานเองก็ต้องมีความตั้งใจจริงในการสร้างสรรค์คุณค่าให้เกิดขึ้นทั้งภายในตัวเอง และส่งมอบสู่ลูกค้าด้วยเช่นกัน โดยคุณค่านั้นอาจมาได้จาก

  • สินค้า
  • บริการ
  • ความสำเร็จของธุรกิจลูกค้า
  • การมีมาตรฐานสากล
  • ความแตกต่างในตลาด
  • การสร้างประสบการณ์ที่ดี
  • ราคาที่ประทับใจ
  • การรับประกันที่ยาวนาน
  • มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

7. แปลง Vision สู่ Tagline

น้อยครั้งที่เราจะเห็นแบรนด์นำเอา Vision มาหลอมหลวมสู่การสร้าง Tagline เพื่อนำมาสื่อสารให้กับคนภายนอกให้รู้จัก Tagline นั้นเปรียบเสมือนกับคำพูดที่ยืนยันและย้ำเตือนว่าแบรนด์หรือธุรกิจนั้นกำลังเสนอ สื่อสาร หรือมอบสิ่งใดให้กับลูกค้า และเราจะเห็น Tagline ในบางแบรนด์ที่สามารถผสมผสานทั้งวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ (Mission) คุณค่า (Values) ออกมาได้จนทำให้แบรนด์นั้นมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • SCG Tagline: “Passion for Better”
  • Microsoft Tagline: มีการเปลี่ยน Tagline อยู่หลายครั้ง เช่น “Your Potential. Our Passion”, “Making It Easier”, “Empowering us all”, “Be what’s next”
  • Apple Tagline: “Think Different”
  • IKEA Tagline: “Let’s make your home special”

ขั้นตอนการสร้าง Vision Statement

  1. ระบุให้ได้ว่าทำไมคุณถึงเกิดมาบนโลกใบนี้
  2. ระบุให้ชัดเจนว่าคุณจะทำอะไรบ้างเพื่อตอบเหตุผลว่าทำไมถึงมีคุณบนโลกใบนี้
  3. เตรียมวางกรอบแนวคิดด้านคุณค่าที่จะมอบให้ลูกค้า
  4. มองและวางแผนถึงอนาคตที่คุณวาดฝันเอาไว้
  5. เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้วนำมาเรียบเรียงเป็น Vision Statement

ตัวอย่างการตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่การเขียน Vision Statement

  • คุณทำธุรกิจอะไร
  • คุณจะช่วยผู้คนได้อย่างไร
  • คุณอยากจะไปสู่จุดไหน
  • คุณวางแผนจะไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร
  • อะไรคือผลลัพธ์สูงสุดที่แบรนด์ต้องการสร้างให้เกิดขึ้นกับลูกค้า ชุมชน อุตสาหกรรม หรือโลกใบนี้
  • มีทางไหนบ้างที่แบรนด์จะสร้างประสบการณ์ดีๆในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า
  • วัฒนธรรมขององค์กรเป็นอย่างไรและมันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้พนักงานได้อย่างไร

ตัวอย่าง Vision Statement ของแบรนด์ระดับโลก

Amazon Vision Statement
Google Vision Statement
IKEA Vision Statement
Microsoft Vision Statement
Hilton Hotels & Resorts Vision Statement
Apple Vision Statement
SCG Vision Statement
PTT Vision Statement

Share to friends
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


Related Posts

ความแตกต่างระหว่าง Brand Purpose, Vision และ Mission

ความสามารถของแบรนด์ในการสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใครจากคู่แข่งในตลาด และกระตุ้นให้พนักงานในองค์กรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคปัจจุบันนั้นมีความซับซ้อนและยากกว่าเดิมที่ผ่านมา ซึ่งการขับเคลื่อนแบรนด์หรือธุรกิจในยุคนี้นั้นมันมากกว่าคำว่าการทำกำไร แต่มันคือการที่ต้องตอบลูกค้าให้ได้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เราเป็นใคร การมีอยู่ของเรามันช่วยให้สังคมและสิ่งแวดล้อมน่าอยู่ขึ้นอย่างไร


Brand Voice กับความแตกต่างในการทำธุรกิจ

การสร้างแบรนด์กลายเป็นศาสตร์หนึ่งของการทำการตลาดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องมีการลงทุนในการสร้างให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจว่าแบรนด์ของเราเป็นใคร มีจุดมุ่งหมายอะไร และหนึ่งในนั้นคือการสร้างบุคลิกภาพให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจว่าเรามีลักษณะเป็นอย่างไรเพื่อให้เป็นที่จดจำผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆ เมื่อคนเราคิดหรือนึกถึงแบรนด์ก็มักจะคิดถึงอัตลักษณ์


วิธีเขียน Positioning Statement ที่ถูกต้อง

Positioning Statement คือ ข้อความที่ระบุถึงตำแหน่งของแบรนด์หรือธุรกิจของคุณ เป็นผลรวมกลยุทธ์ที่นำมาเป็นแนวทางในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการบริหารจัดการแบรนด์ โดยการเขียน Positioning Statement นั้นถือเป็นเรื่องภายในองค์กรที่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนทั่วไปได้รับรู้


ลูกค้าต้องการอะไรจาก Brand?

การเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรเป็นสิ่งที่นักการตลาดในยุคนี้ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ความคาดหวังจากลูกค้าที่ได้รับการเติมเต็มนั้นจะทำให้แบรนด์ของเราเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้ และแน่นอนครับว่าท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ ที่ส่งผลให้เกิดการสนับสนุนและบอกต่อ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *


copyright 2021@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์
Scroll Up