รู้จักการวาง Market Positioning กับเข็มทิศนำทางสู่การตลาดเชิงกลยุทธ์
ความโดดเด่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่สิ่งที่คุณขาย แต่เป็นเรื่องของวิธีที่ตลาดของคุณ “รับรู้” ในสิ่งที่คุณขาย หรือที่เราเรียกว่า “การวางตำแหน่งทางการตลาด” (Market Positioning) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิดที่สำคัญที่สุด ในกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ เพราะมันเป็นตัวกำหนดว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ ถูกมองอย่างไรในความคิดของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่ง
วางแผนเชิงกลยุทธ์ด้วย 5P Framework ในการเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมกับธุรกิจมากที่สุด
ยุคนี้ถือเป็นยุคของ AI ที่หลากหลายธุรกิจได้นำมาปรับใช้ เพื่อให้เข้ากับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ให้มีความรวดเร็วและสร้างประโยชน์มากยิ่งขึ้น แต่ด้วยเครื่องมือและประเภทของ AI ที่มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างสรรค์ การสนทนา การสร้างระบบ Agentic AI
ถอดรหัสความล้มเหลวของ Clubhouse จาก Talk of the Town สู่แพลตฟอร์มที่ถูกลืม
หลายๆคนน่าจะรู้จัก Clubhouse ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างดี ซึ่งสร้างกระแสได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ถึงขนาดมีคนเขียนหนังสือออกมา เกี่ยวกับการสร้าง Influencer บน Clubhouse เลยทีเดียว แต่ผ่านมาระยะเวลาหนึ่ง แอปพลิเคชั่นที่ชื่อ Clubhouse กลับค่อยๆเลือนลางหายไป จนแทบจะจำชื่อไม่ได้แล้วว่าเคยมีอยู่ ในบทความนี้ผมจะมาเจาะลึกการเติบโต
จิตวิทยาและการตลาดกับ Reciprocity Principle ยิ่งให้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับมากเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตส่วนตัวหรือชีวิตการทำงาน พลังอันทรงอานุภาพอย่างหนึ่ง ที่มักจะขับเคลื่อนการตัดสินใจและพฤติกรรมของเรา คือ หลักการตอบแทน (Reciprocity Principle) ซึ่งเป็นบรรทัดฐานทางจิตวิทยาและสังคม ที่ฝังลึกอยู่ในธรรมชาติของมนุษย์ และมีนัยสำคัญอย่างยิ่งในโลกของการตลาด (Marketing) การสร้างแบรนด์ (Branding) และการสื่อสาร (Communication)
ประเภทและรูปแบบของ AI จาก ChatGPT สู่ Generative Art
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ได้เปลี่ยนจากแนวคิดเชิงทฤษฎี ไปสู่เครื่องมืออันทรงพลังที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การตลาดและการศึกษา ไปจนถึงการออกแบบ การพัฒนา และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในแบบต่างๆ ปัจจุบัน AI สามารถทำได้มากกว่าแค่ตอบคำถาม แต่ยังสามารถสร้างเนื้อหา ตีความข้อมูล หรือแม้กระทั่งสร้างไฟล์ในรูปแบบต่างๆตามความต้องการของผู้ใช้
7 เทคนิคการบริหารจัดการความประทับใจ (Impression Management) ให้เกิดขึ้นกับแบรนด์
หลักการของการ “ส่งเสริม / โปรโมทตนเอง” ในทฤษฎีการจัดการความประทับใจนั้น มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอจุดเด่น และความสามารถของแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา โดยจำเป็นต้องมีหลักฐานสนับสนุน การกระทำเช่นนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ (Credible) และความไว้วางใจ (Trust) จากผู้บริโภค ซึ่งมันก็เปรียบเสมือนบุคคลที่แสดงให้เห็นถึงทักษะ (Skill) และประสบการณ์จริง (Real Experience) ในการสัมภาษณ์งาน แทนที่จะเพียงแค่พูดคุยโวโอ้อวด
พลังของ Unfair Advantage อาวุธลับสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจ
ในการแข่งขันทางธุรกิจเรามักจะใช้กลยุทธ์ส่วนใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยตลาด ความเข้าใจลูกค้า คุณภาพผลิตภัณฑ์ และเทคนิคทางการตลาด เพื่อสร้างให้เกิดความแตกต่างจากคู่แข่ง แต่ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จะมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทรงพลังกว่าและลอกเลียนแบบได้ยากกว่า ซึ่งนั่นก็คือ “Unfair Advantage” ที่เป็นแรงขับเคลื่อนที่ซ่อนอยู่ ซึ่งผลักดันให้ธุรกิจอยู่เหนือกว่าคู่แข่งที่อาจมากกว่าหลายก้าวเลยด้วยซ้ำ
ความต่างระหว่าง Unique Value Proposition (UVP) กับ Unique Selling Proposition (USP) ที่คุณต้องรู้ก่อนวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ในโลกของกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Branding Strategy) กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) และกลยุทธ์ทางธุรกิจ (Business Strategy) คำว่า “ข้อเสนอคุณค่าเฉพาะ” (Unique Value Proposition หรือ UVP) และ “ข้อเสนอจุดขายเฉพาะ” (Unique Selling Proposition หรือ USP) เป็น 2 แนวคิดที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งและมักถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอ และหลายๆคนก็ใช้คำเหล่านี้สลับกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างของทั้ง 2 แนวคิดนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการกำหนด “สาร/ข้อความ” (Message)
วิธีนำเสนอ Brand Identity แบบมืออาชีพด้วย Impression Management Theory
ทฤษฎีการจัดการความประทับใจ (Impression Management Theory) มีรากฐานมาจากงานของนักสังคมวิทยาชาวแคนาดา-อเมริกัน ที่ชื่อ เออร์วิง กอฟฟ์แมน (Erving Goffman) จากหนังสือ “The Presentation of Self in Everyday Life” ซึ่งถูกตีพิมพ์ในปี 1959 ในหนังสือเล่มนี้ กอฟฟ์แมนนำเสนอแนวคิดเชิงทฤษฎี ที่เปรียบเทียบปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับการแสดงละคร โดยอธิบายว่า บุคคลต่างๆพยายามที่จะสร้างความประทับใจที่ต้องการ ให้กับผู้อื่นในระหว่างการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แนวคิดเรื่อง “ฉากหน้า” (Frontstage) และ “ฉากหลัง” (Backstage)
SCAMPER Technique กับพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์สู่การสร้างนวัตกรรม
ในโลกแห่งนวัตกรรมและการพัฒนาความก้าวหน้าของธุรกิจ ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ถือเป็นสิ่งจำเป็นมาก ไม่ว่าคุณจะปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ (Product Improvement) ออกแบบบริการใหม่ (New Service) หรือแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (Solving Complex Problems) การนำเครื่องมือด้านการออกแบบความคิดสร้างสรรค์มาใช้ จะสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณปลดล็อกแนวคิดใหม่ๆให้กับการออกแบบได้ และหนึ่งในเครื่องมือที่หลายๆธุรกิจนำมาใช้มากที่สุด ก็คือ SCAMPER Technique นั่นเอง
