Slogan vs. Tagline เข้าใจความแตกต่างและการใช้ที่ถูกต้อง

เมื่อพูดถึงการสร้างแบรนด์ (Branding) และการตลาด (Marketing) คำว่า “สโลแกน” (Slogan) และ “แท็กไลน์” (Tagline) มักถูกใช้แทนกันอยู่เป็นประจำ แต่อันที่จริงแล้วทั้ง 2 คำนั้นมีวัตถุประสงค์และการใช้งานที่แตกต่างกัน และในการสอนเรื่อง Branding ก็มีผู้เรียนหลายคนตั้งคำถามกับทั้ง 2 คำนี้อยู่บ่อยครั้ง ผมจึงคิดว่ามันสำคัญมากไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจ นักการตลาด หรือผู้ที่สนใจเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาด กับการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Slogan และ Tagline เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารข้อความของแบรนด์


เปิดเหตุผลความล้มเหลวของธุรกิจเมื่อไม่มี Customer Insight

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จ แต่กลับพบว่าผลิตภัณฑ์นั้นกลับกลายเป็นความล้มเหลวในตลาด ซึ่งอาจมีสาเหตุหลักมาจากการที่ลูกค้าของคุณไม่ได้เข้าใจสิ่งที่คุณสื่อสาร ไม่เข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่เรื่องคุณค่าของแบรนด์ ซึ่งก็มีที่มาจากการที่คุณไม่เข้าใจเรื่องของ Customer Insight นั่นเอง โดยเฉพาะในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจลูกค้าจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นสิ่งที่จำเป็น ธุรกิจที่ไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มเป้าหมายได้


รวมเวลาโพสต์ Social Media ที่ดีที่สุดสำหรับปี 2025 บน Facebook, Instagram, X, TikTok, YouTube, LinkedIn

การโพสต์คอนเทนต์ลง Social Media ต้องอาศัยหลากหลายปัจจัยเพื่อทำให้โพสต์แต่ละโพสต์นั้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด โดยปกติเรามักจะใช้วิธีการปรับปรุงการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงโฆษณา ปรับปรุงด้านการเขียนคอนเทนต์ แต่ยังมีอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้โพสต์แต่ละโพสต์นั้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นและเปิดดูมากที่สุด นั่นก็คือเรื่องของเวลาการในลงโพสต์นั่นเอง เรามาดูกันครับว่าหากจะโพสต์ควรจะช่วงเวลาไหนดี ซึ่งผมรวบรวมจากเว็บไซต์ทั้ง Hootsuite, Optinmonster, Social Polit, Coschedule, Buffer และ Sprout Social มาฝากกันครับ


เพิ่มประสิทธิภาพกับระดับของ KPIs ในการวัดผลงานขององค์กร

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลักหรือ Key Performance Indicators (KPIs) ถือเป็นเข็มทิศนำทางธุรกิจและพนักงานไปสู่ความสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามหากไม่มีการทำความเข้าใจในระดับของ KPIs ตั้งแต่ระดับองค์กร (Organization Level) ไปจนถึงระดับบุคคล (Personal Level) ก็อาจกลายเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมาก เพราะคุณอาจจะไม่มีกรอบการทำงานหรือตั้ง KPI ที่ชัดเจนได้


Marketing Trends ปี 2025 กับการเปิดรับอนาคตด้วยนวัตกรรมและการสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์

แนวโน้มการตลาดในปี 2025 (Marketing Trends) ถูกกำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Dava-Driven) และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางมากกว่าที่เคย (Customer-Centric) และด้วยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีอย่าง Artificial Intelligence (AI) และแพลตฟอร์มในเชิงโต้ตอบ (Interactive) ทำให้แบรนด์ต่างๆกำลังกำหนดนิยามใหม่ของการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคกับธุรกิจต่างๆ โดยใช้ประโยชน์จากการมีส่วนร่วมแบบ Real-Time เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมและเหนือจริง


รวมเทคนิคและวิธีตอบโต้ลูกค้าเมื่อ Customer is Wrong

ทุกข้อร้องเรียนจากลูกค้าอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ธุรกิจจะผิดเสมอไป โดยลูกค้าบางคนเมื่ออยู่ในบางสถานการณ์ก็อาจจะมีการร้องเรียนอย่างเข้าใจผิด ที่อาจเป็นเพราะความไม่ละเอียดรอบคอบ ความคาดหวังที่เกินจริง หรืออาจเกิดจากการตีความที่ไม่ถูกต้องจากตัวของลูกค้าเอง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ธุรกิจสามารถตอบโต้ชี้แจงกลับได้เสมอ แต่จำไว้ว่าหากธุรกิจจัดการข้อร้องเรียนเหล่านี้อย่างเหมาะสม ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) และความไว้วางใจในตัวแบรนด์ (Brand Trust) เช่นกัน ดังนั้นการตอบข้อร้องเรียนของลูกค้าอย่างมืออาชีพ ที่ถึงแม้ว่าลูกค้าอาจจะเป็นคนผิดก็ตาม จะสามารถช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfcation) ได้อย่างไม่คาดคิดได้เช่นกัน


7 รูปแบบของ Customer Pain Point ที่แบรนด์และธุรกิจไม่ควรมองข้าม

ปัญหาหรือความเจ็บปวดใจของลูกค้าหรือที่เราเรียกกันว่า Customer Pain Point ถือเป็นปัญหาที่ใหญ่มากที่สุดที่อาจเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ บริการ หรือตัวของแบรนด์และธุรกิจไม่วันใดก็วันหนึ่ง โดยปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆขั้นตอนของทั้งการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey) ตั้งแต่การรู้จักและการค้นพบผลิตภัณฑ์ (Awareness & Discover) ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการซื้อ (Advocacy) หรืออาจเกิดขึ้นจากการใช้งานตัวสินค้า และการได้รับการบริการที่ไม่ประทับใจ


Jobs to Be Done (JTBD) กับการศึกษาลูกค้าเชิงลึกสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจ

Jobs to Be Done Framework เป็นกรอบแนวคิดที่พัฒนาโดยศาสตราจารย์ เคลย์ตัน คริสเตนเซน (Clayton Christensen) ศาสตราจารย์ที่โรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ด (Harvard Business School) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ทำให้เราเข้าใจว่าลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพียงเพื่อเป็นเจ้าของ แต่พวกเขา “จ้าง” สินค้าหรือบริการเพื่อช่วยให้งานบางอย่างสำเร็จลุล่วง โดยการกำหนดกรอบแนวคิดนี้มาจากความปรารถนาที่จะเข้าใจว่า


รู้จัก ERRC Framework กับการสร้างแบรนด์แบบ Blue Ocean Strategy

นวัตกรรมไม่ใช่แค่การสร้างสิ่งใหม่เพียงเท่านั้น แต่เป็นการนำเสนอสิ่งที่ให้คุณค่าอย่างแท้จริงในแบบที่แตกต่าง และด้วยการนำ ERRC Framework มาใช้ จะทำให้แบรนด์และธุรกิจของคุณนั้นมีวิธีคิดกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อเปิดพื้นที่ไปสู่ตลาดใหม่ อย่าง Blue Ocean Strategy ซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายการคิดในแบบเดิมๆ ท้าทายบรรทัดฐานของอุตสาหกรรมแบบเดิมๆ โดยมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง


วิธีค้นหา Unmet Needs เพื่อก้าวสู่ตลาดแบบ Blue Ocean

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันอย่างรุนแรงในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจมากมายต่างต้องการความแตกต่าง เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากตลาด “Red Ocean” ที่มีคู่แข่งอย่างหนาแน่น ไปสู่ตลาดแบบ “Blue Ocean” ซึ่งเป็นตลาดที่ยังไม่ค่อยมีใครเข้าไปลงเล่น และหากยึดครองตลาดนี้ได้ก็อาจทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตแบบไร้คู่แข่งได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะก้าวเข้าไปสู่ตลาด “Blue Ocean”


triangle
copyright 2026@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์