Brand Positioning vs. Market Positioning กับคู่มือเปรียบเทียบการวางตำแหน่งทางธุรกิจ
เมื่อธุรกิจพูดถึงคำว่า “การวางตำแหน่ง” (Positioning) ก็จะมีคำว่า “การวางตำแหน่งแบรนด์” (Brand Positioning) และ “การวางตำแหน่งทางการตลาด” (Market Positioning) ที่มักถูกนำมาใช้แทนกันอยู่เสมอ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้ง 2 คำจะมีความเกี่ยวข้องกันและบางครั้งก็มีส่วนที่ทับซ้อนกัน แต่มันก็มุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์คนละส่วนกัน
คิดคอนเทนต์บนเว็บไซต์แบบเชื่อมโยงด้วย Hub-and-Spoke Model
ในบทความนี้ผมขอเสนออีกหนึ่งวิธีคิด เพื่อจัดโครงสร้างและวางกลยุทธ์การทำ Content โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังออกแบบเนื้อหาในแต่ละหน้าบนเว็บไซต์ ให้เติบโตเหมือนการวางแผนผังความคิด (Mind Map) ที่มีการเชื่อมโยง และง่ายต่อการค้นหา ที่ชื่อ Hub-and-Spoke Model
Case Study: Agoda กับการทำ Business Model Canvas (BMC)
Agoda แพลตฟอร์มจองการเดินทางออนไลน์ชั้นนำ ที่มีสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางทั่วเอเชียและที่อื่นๆ แพลตฟอร์มนี้เชี่ยวชาญด้านที่พัก โรงแรม เที่ยวบิน การเดินทาง และกิจกรรมในท้องถิ่น โดยใช้แนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเน้นการใช้มือถือเป็นหลัก Agoda ได้รับความนิยมเนื่องจากราคาที่แข่งขันได้
Case Study: BMW กับการทำ Business Model Canvas (BMC)
BMW คือ ผู้ผลิตยานยนต์ระดับพรีเมียมสัญชาติเยอรมัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูงที่มาพร้อมกับนวัตกรรมอันล้ำสมัย BMW ได้สะท้อนถึงความเป็นเลิศทางวิศวกรรม สมรรถนะการขับขี่ ที่ให้ความรู้สึกแบบสปอร์ตและเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ดำเนินธุรกิจในระดับโลก โดยให้บริการทั้งลูกค้าบุคคลและองค์กร และให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการวางตำแหน่งแบรนด์ระดับพรีเมียม (Premium Brand Positioning)
Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ Nike
Nike ก่อตั้งในปี 1964 โดย บิลล์ บาวเวอร์แมน (Bill Bowerman) และฟิล ไนท์ (Phil Knight) ในชื่อ Blue Ribbon Sports และเริ่มนำเข้ารองเท้าวิ่งจากประเทศญี่ปุ่น ในปี 1971 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Nike ซึ่งมาจากชื่อเทพีแห่งชัยชนะของกรีก และได้เปิดตัวโลโก้ Swoosh ที่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น ในช่วงปลายทศวรรษ 1970s และ 1980s, Nike ได้ขยายตลาดไปทั่วโลกและได้รับความนิยมอย่างสูง จากการดึงนักกีฬาชื่อดังๆมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมถึงการเปิดตัวแคมเปญ “Just Do It”
เพราะรักแท้หรือแค่ภักดีกับการเข้าใจลูกค้าผ่าน Brand Loyalty และ Brand Love
นักการตลาดมักจะความสำคัญกับ “ลูกค้าที่ภักดี” (Loyalty Customer) ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุด แต่ “ความภักดี” (Loyalty) นั้นก็ยังไม่ได้ถึงขั้นของคำว่า “ความรัก” (Love) เพราะลูกค้าที่ภักดีอาจซื้อสินค้าของคุณซ้ำๆ แต่ “ความรักในตัวแบรนด์” (Brand Love) นั้นจะครอบครองพื้นที่ทางอารมณ์ (Emotional) จิตวิทยา (Psychological) และแม้แต่ทางวัฒนธรรม (Cultural) ที่ไม่เหมือนใคร การทำความเข้าใจความแตกต่างและช่องว่างที่ซ่อนอยู่ ระหว่าง “ความภักดีต่อแบรนด์” (Brand Loyalty) และ “ความรักในตัวแบรนด์” (Brand Love)
Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ IKEA
IKEA เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1943 โดย Ingvar Kamprad ที่ประเทศสวีเดน ที่เริ่มธุรกิจจากขายสินค้าทางไปรษณีย์ขนาดเล็ก ที่ขายของใช้ในครัวเรือนราคาไม่แพง ในปี 1958 นั้น IKEA ก็ได้เปิดร้านโชว์รูมแห่งแรก ซึ่งปฏิวัติแนวคิดการค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแบบแบน (Flat-packed) ซึ่งลูกค้าสามารถประกอบเองที่บ้านได้ ซึ่งทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูมีสไตล์ ใช้งานได้จริง และราคาไม่แพง
Corporate vs Brand Communication ความแตกต่างกับพลังแห่งการสื่อสาร
ในโลกของการสื่อสารที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน หลายๆองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะในการแบ่งหรือจัดระเบียบทีมงานหรือหน่วยงานใหม่ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมก็ได้ให้คำปรึกษาหน่วยงานหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไป ซึ่งนั่นก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “การสื่อสารองค์กร” (Corporate Communication) และ “การสื่อสารแบรนด์” (Brand Communication)
Gen Z กับกระแส Dupe Culture เมื่อความหรูหราไม่จำเป็นต้องแพง
ในโลกของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน กำลังมีปรากฏการณ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าแฟชั่น (Fashion) ความงาม (Beauty) และไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ซึ่งนั่นคือ Dupe Culture หรือ “วัฒนธรรมสินค้าเลียนแบบ” โดยจากสิ่งที่เคยเป็นเพียงของปลอม (Counterfiet) หรือของก๊อปปี้ (Copycat) แบบเงียบๆ ได้ถูกพัฒนามาเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก (Mainstream Culture) ที่ผู้บริโภคภาคภูมิใจที่จะค้นหา (โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z) มีการแบ่งปัน และให้ความสำคัญกับทางเลือกใหม่ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสินค้าแบรนด์ราคาแพง
จากการ Refesh สู่การ Rebrand กลยุทธ์ไหนเหมาะกับธุรกิจมากที่สุด
เมื่อคุณทำธุรกิจไปสักระยะหนึ่ง ก็อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือปัดฝุ่นให้กับแบรนด์ เพื่อให้ดูมีความทันสมัยหรือตามบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป และทุกๆแบรนด์นั้นต่างก็มีวงจรเป็นของตัวเอง โดยบางแบรนด์ก็อาจต้องการแค่การปรับปรุงเพียงเล็กน้อย (Brand Refresh) บางแบรนด์อาจต้องเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดครั้งใหญ่ (Brand Revamp) และบางแบรนด์ก็อาจจำเป็นต้องยกเครื่องใหม่ทั้งหมด (Brand Revitalization)
