Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ Nike

Nike ก่อตั้งในปี 1964 โดย บิลล์ บาวเวอร์แมน (Bill Bowerman) และฟิล ไนท์ (Phil Knight) ในชื่อ Blue Ribbon Sports และเริ่มนำเข้ารองเท้าวิ่งจากประเทศญี่ปุ่น ในปี 1971 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Nike ซึ่งมาจากชื่อเทพีแห่งชัยชนะของกรีก และได้เปิดตัวโลโก้ Swoosh ที่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น ในช่วงปลายทศวรรษ 1970s และ 1980s, Nike ได้ขยายตลาดไปทั่วโลกและได้รับความนิยมอย่างสูง จากการดึงนักกีฬาชื่อดังๆมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมถึงการเปิดตัวแคมเปญ “Just Do It”


เพราะรักแท้หรือแค่ภักดีกับการเข้าใจลูกค้าผ่าน Brand Loyalty และ Brand Love

นักการตลาดมักจะความสำคัญกับ “ลูกค้าที่ภักดี” (Loyalty Customer) ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุด แต่ “ความภักดี” (Loyalty) นั้นก็ยังไม่ได้ถึงขั้นของคำว่า “ความรัก” (Love) เพราะลูกค้าที่ภักดีอาจซื้อสินค้าของคุณซ้ำๆ แต่ “ความรักในตัวแบรนด์” (Brand Love) นั้นจะครอบครองพื้นที่ทางอารมณ์ (Emotional) จิตวิทยา (Psychological) และแม้แต่ทางวัฒนธรรม (Cultural) ที่ไม่เหมือนใคร การทำความเข้าใจความแตกต่างและช่องว่างที่ซ่อนอยู่ ระหว่าง “ความภักดีต่อแบรนด์” (Brand Loyalty) และ “ความรักในตัวแบรนด์” (Brand Love)


Case Study: กลยุทธ์การตลาดของ IKEA

IKEA เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1943 โดย Ingvar Kamprad ที่ประเทศสวีเดน ที่เริ่มธุรกิจจากขายสินค้าทางไปรษณีย์ขนาดเล็ก ที่ขายของใช้ในครัวเรือนราคาไม่แพง ในปี 1958 นั้น IKEA ก็ได้เปิดร้านโชว์รูมแห่งแรก ซึ่งปฏิวัติแนวคิดการค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแบบแบน (Flat-packed) ซึ่งลูกค้าสามารถประกอบเองที่บ้านได้ ซึ่งทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูมีสไตล์ ใช้งานได้จริง และราคาไม่แพง


Corporate vs Brand Communication ความแตกต่างกับพลังแห่งการสื่อสาร

ในโลกของการสื่อสารที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบัน หลายๆองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายที่มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะในการแบ่งหรือจัดระเบียบทีมงานหรือหน่วยงานใหม่ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมก็ได้ให้คำปรึกษาหน่วยงานหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไป ซึ่งนั่นก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “การสื่อสารองค์กร” (Corporate Communication) และ “การสื่อสารแบรนด์” (Brand Communication)


Gen Z กับกระแส Dupe Culture เมื่อความหรูหราไม่จำเป็นต้องแพง

ในโลกของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน กำลังมีปรากฏการณ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าแฟชั่น (Fashion) ความงาม (Beauty) และไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) ซึ่งนั่นคือ Dupe Culture หรือ “วัฒนธรรมสินค้าเลียนแบบ” โดยจากสิ่งที่เคยเป็นเพียงของปลอม (Counterfiet) หรือของก๊อปปี้ (Copycat) แบบเงียบๆ ได้ถูกพัฒนามาเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก (Mainstream Culture) ที่ผู้บริโภคภาคภูมิใจที่จะค้นหา (โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z) มีการแบ่งปัน และให้ความสำคัญกับทางเลือกใหม่ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าสินค้าแบรนด์ราคาแพง


จากการ Refesh สู่การ Rebrand กลยุทธ์ไหนเหมาะกับธุรกิจมากที่สุด

เมื่อคุณทำธุรกิจไปสักระยะหนึ่ง ก็อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือปัดฝุ่นให้กับแบรนด์ เพื่อให้ดูมีความทันสมัยหรือตามบริบทต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป และทุกๆแบรนด์นั้นต่างก็มีวงจรเป็นของตัวเอง โดยบางแบรนด์ก็อาจต้องการแค่การปรับปรุงเพียงเล็กน้อย (Brand Refresh) บางแบรนด์อาจต้องเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดครั้งใหญ่ (Brand Revamp) และบางแบรนด์ก็อาจจำเป็นต้องยกเครื่องใหม่ทั้งหมด (Brand Revitalization)


Radical Candor ศิลปะการพูดตรงๆอย่างใส่ใจสำหรับผู้นำยุคใหม่

ในโลกการทำงานยุคปัจจุบันที่การทำงานร่วมกัน (Collaboration) การให้ข้อเสนอแนะ (Feedback) และความเชื่อใจ (Trust) ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าแต่ก่อน และเราจะเห็นครับว่าผู้นำจำนวนมากยังคงประสบปัญหา ในการให้ข้อเสนอแนะอย่างมีประสิทธิภาพ ในบางครั้งการให้ข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลเกินไป ก็อาจดูไม่มีน้ำหนักพอทำให้พนักงานขาดทิศทาง แต่หากรุนแรงจนเกินไปก็อาจทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกโจมตีหรือหมดกำลังใจได้ Radical Candor ถือเป็นหนึ่งกรอบแนวคิดที่สำคัญ ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างในจุดนี้


Point of Parity vs Point of Difference กุญแจสำคัญสู่การวางตำแหน่งแบรนด์

ในโลกของการสร้างแบรนด์ (Branding) และการตลาด(Marketing) การวางตำแหน่ง (Positioning) คือ ทุกสิ่งทุกอย่างของการทำธุรกิจ ที่จะกำหนดความแตกต่าง สู่ศักยภาพในการทำธุรกิจเมื่อเทียบกับคู่แข่งขัน โดยแบรนด์ต้องตอบคำถามสำคัญหลักๆ 2 ข้อในใจของผู้บริโภคให้ได้ว่า “ทำไมฉันถึงควรพิจารณาคุณ” และ “ทำไมฉันถึงควรเลือกคุณเหนือแบรนด์อื่น” และคำตอบของคำถามเหล่านี้อยู่ในแนวคิดสำคัญ 2 อย่าง ได้แก่ จุดเสมอเหมือน (Point of Parity หรือ POP) และ จุดเด่นที่แตกต่าง (Point of Difference หรือ POD)


กลยุทธ์โฆษณาแบบ Surrogate Advertising เมื่อ “น้ำดื่ม” คือ สะพานไปสู่แอลกอฮอล์

ในแวดวงการตลาด ณ ปัจจุบัน การใช้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆไม่ใช่แค่สิ่งจำเป็น แต่ถือเป็นวิธีการอยู่รอดในการขยับขยายธุรกิจ และเมื่อคุณอยู่ในธุรกิจที่ต้องผลิตสินค้าที่ต้องมีเงื่อนไขกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่ไม่ใช่ด้านการผลิตแต่เป็นเรื่องของการจำกัดการโฆษณาสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ หรือการพนัน แบรนด์ต่างๆจึงหันมาใช้กลยุทธ์ทางเลือกที่เรียกว่า “โฆษณาแฝง” (Surrogate Advertising)


Perceived Value vs Actual Value กับช่องว่างที่กำหนดความสำเร็จของธุรกิจ

คำว่า “คุณค่า” (Value) ในโลกของการทำธุรกิจและการตลาด คือ หัวใจสำคัญของทุกๆการตัดสินใจซื้อ แต่คุณค่าก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เรามองเห็นเสมอไปครับ ในปัจจุบันนั้นลูกค้าแทบไม่เคยตัดสินผลิตภัณฑ์หรือบริการ จากคุณสมบัติที่มองเห็นเป็นรูปธรรมเพียงอย่างเดียว แต่การรับรู้ของพวกเขาก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญมาก และนี่คือจุดที่ความแตกต่างระหว่าง “คุณค่าที่รับรู้ได้” (Perceived) และ “คุณค่าที่แท้จริง” (Actual Value) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในมุมของผู้บริโภค


triangle
copyright 2026@popticles.com
หากท่านต้องการนำเนื้อหาในเว็บไซต์นี้ไปเผยเพร่ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของเว็บไซต์